ตัวดำๆบนซ้าย : แกอยากโดนเฉือนใช่มั้ย?

ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งเมื่อคุณจ่ายค่าเช่าไม่ตรงเวลาที่ญี่ปุ่น
ปกติผมเป็นคนค่อนข้างจะเมคชัวร์เกี่ยวกับเรื่องการจ่ายบิลนู่นนี่ให้ตรงเวลานะ ถึงแม้หลังจากนั้นผมจะแทบไม่เหลือเงินก็เถอะ ผมไม่ชอบที่ต้องมีภาระหนี้สินแบกไว้บนบ่า (ทุนการศึกษานี่ตัวดีเลย !). ตัวอย่างมีครั้งนึงในความทรงจำเมื่อไม่นานมานี้ ความผิดพลาดอันเกิดจากความงี่เง่าและไม่ได้ตั้งใจ ที่ทำให้ผมไม่ได้จ่ายค่าเช่าในครั้งนั้น

เวลาผมได้เงินมา สิ่งแรกๆที่ต้องทำก็คือกั๊กเงินบางส่วนไว้สำหรับจ่ายทุนการศึกษาและจ่ายค่าเช่าอาพาร์ทเม้นต์ ก็ประมาณ 55,000 เยน จริงๆผมเก็บเงินส่วนนี้แยกไว้อีกบัญชีหนึ่งเพื่อป้องกันการหน้ามืดตามัวถอนออกมาใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มีวันหนึ่งกิเลสดันเข้าครอบงำผม แถมบัญชีที่ใช้ประจำวันก็แทบเกลี้ยง เลยถอนออกมา 1,000 เยน จากบัญชีที่เอาไว้จ่ายเฉพาะค่าเช่า ไม่เห็นเป็นไรนี่ใช่ปะ? … ผิดมหันต์ !!

ผมคิดว่าผมฝากเงินไว้มากเกินพอเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น. ยังไงก็ตาม มีบิลอยู่ใบหนึ่งที่เราลืมไปเสียสนิท, บิลแบบหักบัญชีอัตโนมัติของ Softbank (สำหรับคนที่ไม่คุ้น Softbank คือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่นี่ในญี่ปุ่น) เพราะปกติ Softbank จะหักเงินผ่านบัญชีแบบอัตโนมัติภายในไม่กี่วัน แต่ก่อนหน้านั้นผมถอนมาหน่อยนึง สุดท้ายกลายเป็นว่า บัญชีผมมีเงินคงเหลืออยู่ 53,000 เยน … ขาดแค่ 2,000 เยนเอง เฮ้ออ
ผมเพิ่งรู้ตัวหลังจากผ่านวันครบกำหนดไปแล้ว ก็มานั่งคิดทีหลังว่า “ให้ตายเถอะ รู้งี้ฝากเงินคืนไปดีกว่า” จริงๆนะ
ผมคาดหวังว่าทาง Kazuya (บริษัทของอพาร์ทเม้นต์) จะเรียกเก็บค่าเช่าอีกครั้ง แต่มันไม่เกิดขึ้นเลย ผมเริ่มกังวลมากขึ้นว่าจะโดนเก็บค่าธรรมเนียมล่าช้าอะไรรึเปล่า หรือต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้จ่ายมันไป ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยเริ่มรู้สึกกังวลนิดๆ
เข้าเรื่องได้แล้วดอนนี่! อะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากนายลืมจ่ายค่าเช่าที่ญี่ปุ่น?
โอเคๆ อยากฟังกันจริงๆใช่มั้ย?
คืองี้ เวลาคุณลืมจ่ายค่าเช่าที่ญี่ปุ่น พวกเขาจะจ้างกลุ่มนินจามาตามหาคุณ. สำหรับการเตือนครั้งแรก พวกนินจาดูเป็นมิตรและปกติดี พวกเขาแค่เข้ามาทักทายยิ้มๆแล้วกล่าวว่า “อย่าลืมจ่ายค่าเช่าด้วยนะเพื่อน” พอเวลาผ่านไป มาครั้งที่สอง ส่วนมากก็เป็นแก้งค์เดิมนั่นแหละ แต่คราวนี้เริ่มถึงเนื้อถึงตัวแบบมือเปล่าด้วยทักษะวิชานินจิตสึของพวกเขา พอครั้งที่สาม พวกนินจาจะพกอาวุธเบาๆอย่างเช่น สนับมือ กระบองสองท่อน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีไว้เพื่อทำร้ายร่างกาย จำไว้ว่า เป้าหมายของการเตือนครั้งที่สามนี้ไม่ได้ถึงขั้นจะฆ่าแกงกันซะทีเดียว เขาเรียกว่าการเตือนแบบนุ่มนวล แล้วก็มาถึงครั้งที่สี่ คุณคงไม่อยากให้มันเลยเถิดไปถึงจุดนั้นหรอก คุณไม่มีทางเดาผลลัพธ์ได้เลย ผมกำลังพูดถึงอาวุธเช่นพวก ดาวกระจาย ดาบซามูไร กรงเล็บติดมือ ระเบิดควัน นินจากับวิชาเวทมนตร์ของเขา ด้วยความตั้งใจจะทำให้เราพิการไม่ก็ตายไปเลย การเตือนครั้งที่สี่ถูกมองว่าเป็นการดูถูกองค์กรที่คุณกำลังเช่าอยู่ และทางเดียวที่พวกเขาจะกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาก็คือการปลิดชีพคุณนั่นแหละ บัดซบจริงๆ
เอิ่ม ขอโทษที…
ในความเป็นจริงแล้ว ผมแค่ได้รับสายโทรศัพท์จากฝ่ายบัญชีของบริษัทอพาร์ทเม้นต์ มันยากอยู่นิดหน่อยถ้าจะเข้าใจทุกอย่างที่คุณป้าผู้พูดสายกำลังพยายามบอก แต่ผมก็พอจะรู้ญี่ปุ่นอยู่บ้างเลยฟังออกว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องค่าเช่าของผมนั่นเอง และอีกเดี๋ยวเธอจะส่งบิลมาให้ทางไปรษณีย์ เธอดูค่อนข้างสุภาพ ไม่นานทุกอย่างก็ลงตัวแบบไม่ยากเย็น ไม่กี่วันต่อมาผมเชคดูก็พบเจ้านี่

ผมถือบิลไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ จ่ายเงิน แล้วทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ
ตอนนั้นผมต้องคุยกับตัวแทนเป็นภาษาญี่ปุ่น อาจจะรู้สึกท้าทายอยู่บ้าง แต่ผมเคยพูดมันแล้ว และจะพูดอีกครั้ง “ถ้าผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้”
ผมไม่มั่นใจว่าคุณจะต้องทำตามผมแบบนี้เป๊ะๆ ในทุกสถานการณ์เลยรึเปล่า แต่ถ้าให้ผมเดา มันก็คงคล้ายๆกันนี่แหละ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับการจ่ายค่าเช่าของคุณ ผมแนะนำให้ติดต่อกับผู้จัดการอพาร์ทเม้นต์ หรือใครก็ตามที่ดูแลเรื่องค่าเช่าของคุณเร็วที่สุดที่จะทำได้ แค่ให้พวกเขารู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น (ถึงแม้คุณจะต้องหาคนญี่ปุ่นมาช่วยอธิบายให้ก็ตาม) แต่จงอย่าตื่นตูมเป็นอันขาด มันมีแต่จะทำให้แย่ลงเท่านั้นแหละ เชื่อผมสิ…
ขอบคุณที่แวะมาอ่าน เจอกันใหม่วันพรุ่งนี้!

เงิน(เยนญี่ปุ่น)

ค่าเงินญี่ปุ่นคือเงินเยน (円, en). 1 เยนมีค่าเท่ากับ 100 เซ็น. อย่างไรก็ตาม, เงินเซ็นไม่ค่อยได้ใช้กันในชีวิตประจำวันแล้ว ยกเว้นในราคาตลาด ตั๋วเงินมีมูลค่า 1,000 เยน 2,000 เยน (หายากมาก) 5,000 เยนและ 10,000 เยน เหรียญมีจำนวน 1 เยน 5 เยน 10 เยน 50 เยนเยน 100 เยนและ 500 เยน เงินปลอมไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่เท่าไรในญี่ปุ่น
สกุลเงินต่างประเทศโดยทั่วไปจะไม่ได้รับอนุมัติตั้งแต่ภายนอกสนามบินใหญ่ๆ
วิธีการชำระเงินในญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นสังคมที่ใช้เงินสด แต่แนวโน้มมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ และมีการยอมรับวิธีการชำระเงินอื่น ๆ ตามด้านล่างนี้เป็นรูปแบบการชำระเงินที่คุณอาจได้ใช้เมื่อไปประเทศญี่ปุ่น
เงินสด
เงินสดยังคงเป็นวิธีการชำระเงินที่นิยมใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้จ่ายจำนวนน้อยๆ พันธบัตรมูลค่าสูงๆได้ถูกนำมาใช้และยอมรับในญี่ปุ่น คุณจะไม่ถูกต่อว่าถ้าใช้แบงค์ 10,000 เยนเพื่อจ่ายเงินแม้แต่สินค้าที่มีราคาต่ำ แต่ถึงอย่างไรแบงค์ย่อยก็จะดูเหมาะสมกว่าสำหรับจ่ายค่าแทกซี่, ร้านค้าเล็กๆ, หรือการบริจาควัดและศาลเจ้า โอกาสที่บัตรเครดิตจะได้รับการยอมรับจะลดต่ำลงในเมืองเล็ก ๆ หรือชุมชน ดังนั้นจึงควรเก็บเงินสดไว้ในมือเมื่อไปเที่ยวชนบท
เงินสดมักจะเป็นวิธีเดียวที่จะจ่ายค่าเข้าชมเล็ก ๆ ที่สถานที่ท่องเที่ยว หรือร้านอาหารและร้านค้าขนาดเล็ก ตู้เก็บของส่วนใหญ่ก็จำเป็นต้องใช้เหรียญ การเตรียมเหรียญล่วงหน้าเมื่อใช้รถประจำทางและรถรางคือความคิดที่ดี รถโดยสารประจำทางโดยทั่วไปไม่ยอมรับแบงค์เงินที่มากกว่า 1,000 เยนและคนขับรถบัสอาจไม่มีแบงค์ใหญ่กว่านั้น เครื่องหยอดเหรียญมักรับเหรียญ 10, 50, 100 และ 500 เยนและแบงค์เงิน 1,000 เยน เครื่องใหม่มักรับเงิน 5,000 และ 10,000 เยน
บัตรเครดิต / เดบิต
มีการยอมรับใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ๆ โรงแรมส่วนมากยอมรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตแล้วในปัจจุบัน เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่, ร้านอาหารระดับกลางถึงระดับสูง, ศูนย์การค้าและร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟหลายแห่ง, ร้านสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านอาหารสาขาและร้านบูติกต่างๆก็สามารถจ่ายผ่านบัตรได้
บัตร IC
IC card เช่น Suica และ Icoca เป็นบัตรสะสมมูลค่าซึ่งสามารถเติมเงินได้ หลักๆก็เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับการชำระค่าโดยสารรถไฟและรถโดยสารที่สะดวกให้ชำระผ่าน IC card. ปัจจุบันนี้ก็ถือเป็นช่องทางหลักในการชำระเงินที่ร้านค้าและร้านอาหารที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านในและรอบ ๆ สถานีรถไฟ, ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารมากมาย, ร้านขายเครื่องหยอดเหรียญจำนวนมากและ ตู้เก็บของในเมืองใหญ่บางแห่ง
ทำอย่างไรถึงจะได้เงินเยน
เมื่อเห็นวิธีการชำระเงินหลักในประเทศญี่ปุ่นแล้วคุณควรมีแนวคิดพื้นฐานในการเตรียมเงินสำหรับการเดินทางของคุณ เงินสดมีประโยชน์มากเพราะเป็นที่ยอมรับในทุกสถานการณ์ แต่บัตรเครดิตอาจเป็นทางเลือกที่สะดวกในบางสถานที่ที่เหมาะสม การโจรกรรมและการปล้นสะดมเป็นเรื่องยากมากในญี่ปุ่น ดังนั้นการรักษาเงินสดไว้กับตัวเป็นจำนวนมากอาจไม่เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยแต่จะเกิดปัญหาการทำเงินหายแทน และนี่คือวิธีที่คุณจะได้รับเงินเยนของคุณ
การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน
ในประเทศญี่ปุ่น การแลกเปลี่ยนสกุลเงินมักจะดำเนินการโดยธนาคาร,สำนักงานไปรษณีย์, โรงแรมขนาดใหญ่บางแห่ง, และผู้ที่ได้รับอนุญาติเป็นตัวแทนแลกเงินจำนวนมากโดยเฉพาะที่สนามบินนานาชาติ. การเปลี่ยนแปลงเงินเยนก่อนที่จะเข้าประเทศญี่ปุ่นจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสกุลเงินที่คุณมีอยู่ ตัวอย่างเช่นดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ซื้อขายกันมากในญี่ปุ่นเพราะส่วนนี้คุณอาจได้รับเงินเยนในอัตราที่น่าพึงพอใจถ้าคุณเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯเป็นเงินเยนในญี่ปุ่น ในทางตรงกันข้ามในบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความสามารถในการแข่งขันสูงมากและผู้แลกเงินก็ลดน้อยลงดังนั้นจึงควรทำการแลกเปลี่ยนที่นั่นก่อนที่จะเข้าประเทศญี่ปุ่น
การถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม
เครื่องเอทีเอ็มหลายแห่งในญี่ปุ่นไม่รับบัตรที่ออกให้นอกประเทศญี่ปุ่น แต่จะเป็นข้อยกเว้นสำหรับเครื่องเอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ ณ ที่ทำการไปรษณีย์กว่า 20,000 แห่งและร้านสะดวกซื้อ 7-11 Eleven กว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนที่เครื่องเอทีเอ็มมีแนวโน้มจะเป็นอัตราแข่งขัน แต่ค่าบริการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบัตร ให้สอบถามกับผู้ออกบัตรของคุณล่วงหน้า โปรดทราบว่าตู้เอทีเอ็มหลายแห่งในญี่ปุ่นไม่สามารถใช้งานได้ในตอนกลางคืนและบางแห่งไม่มีให้บริการในวันสุดสัปดาห์
เช็คเดินทาง
เช็คเดินทาง (T / C) มีแนวโน้มที่จะให้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าสองวิธีข้างต้น ปัญหาคือความยากลำบากในการจัดหาตั้งแต่ในประเทศก่อนที่จะออกเดินทาง และต้องค้นหาสถานที่ที่จะเปลี่ยนเช็คในประเทศญี่ปุ่น คุณจะได้รับความคุ้มค่ามากขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับสกุลเงินในประเทศของคุณและค่าธรรมเนียมที่อาจถูกเรียกเก็บเพิ่มจากธนาคารของคุณ โปรดทราบว่าเช็คเดินทางได้รับการยอมรับในอัตราจำกัดในญี่ปุ่น สนามบินนานาชาติและธนาคารชั้นนำมักเป็นที่ที่คุณสามารถเปลี่ยนเช็คเป็นเงินเยนได้
สถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับเงิน
ต่อไปนี้เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเงินไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นซึ่งอาจเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว :
1.พิพิธภัณฑ์สกุลเงิน – โตเกียว
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ปรับปรุงโดยธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น แสดงถึงถึงประวัติความเป็นมาของเงินในประเทศนี้ นอกจากนี้ยังแสดงตัวอย่างของเงินจากทั่วโลก มีคำอธิบายและแผ่นพับภาษาอังกฤษ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาคารหลักของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นในเขต นิฮงบาชิ ของกรุงโตเกียว
2. ตลาดหลักทรัพย์แห่งโตเกียว – โตเกียว
ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวตั้งอยู่ในเขต นิฮงบาชิ เปิดให้บริการแก่ประชาชนในวันทำการซื้อขาย ผู้เข้าชมสามารถดูศูนย์กลางการซื้อขายจากแกลเลอรีของผู้เข้าชมที่อยู่ชั้นบน และสามารถมีส่วนร่วมในเกมการซื้อขายหุ้นจำลองและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นที่พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ TSE
3. สำนักงานโรงกษาปณ์โอซาก้า – โอซาก้า
สำนักงานโรงกษาปณ์โอซาก้า เป็นสำนักงานใหญ่ของ โรงกษาปณ์แห่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่รับผิดชอบด้านการจัดหาเหรียญในประเทศญี่ปุ่น ที่แห่งนี้ยังเป็นพิพิธภัณฑ์เหรียญที่เปิดสาธารณะ แนะนำกระบวนการผลิตเหรียญและประวัติของโรงกษาปณ์ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเหรียญและเหรียญล้ำค่าต่างๆจากประเทศญี่ปุ่นและที่อื่น ๆ
4.พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งญี่ปุ่นโอตารุ – โอตารุ
สาขาเดิมของโอตารุ สาขาธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้กับถนน ซาไกมาจิ ย้อนหลังไปถึงปี ค.ศ.1912 มันถูกแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 2003 มีการรังสรรค์ผลงานต่างๆที่เป็นความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเงินญี่ปุ่นและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของสาขา รวมถึงตู้เซฟนิรภัยเก่าที่ผู้มาเยือนสามารถรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของเงินร้อยล้านเยน

ส่งเงินกลับบ้านประเทศญี่ปุ่นได้อย่างไร

หวังว่าคุณจะทำตามขั้นตอนเหล่านี้ ตอนที่ 1 ของบทความนี้

1) ดาวน์โหลดใบสมัครจาก เวปไซต์ โกลลอยด์
2) ส่งใบสมัครและสำเนา หนังสือเดินทางและบัตรที่อยู่
3) รับชุดต้อนรับของ โกลลอยด์
ไปดูแพ็คต้อนรับ ซึ่งภายในควรจะได้รับสิ่งเหล่านี้
. จดหมายลงทะเบียนซึ่งแสดงหน้ารายละเอียดของบัญชีธนาคาร
. บัตรฟูริโกมิ / สมุดบัญชีเงินฝาก หรือจดหมายช่วยเหลือ – ฟูริโกมิ คือการโอนเงินภายในประเทศ
. สำเนาใบสมัครต้นฉบับ
. นโยบายส่วนบุคคลและเอกสารการคุ้มครองข้อมูลของลูกค้า
เราจะทำอะไรกับสิ่งนี้ ผมคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการแสดงให้คุณเห็น ทีละขั้นๆ
มีสองวิธี คือ วิธีที่หนึ่ง แสดงจดหมายกับเจ้าหน้าที่แล้วให้พวกเขาสร้างความสับสนให้คุณ หรือ วิธีที่สองทำโดยตัวคุณเอง
เข้าใจใช่ไหม ถ้าคุณไม่รู้คันจิไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล ข้อดีอย่างหนึ่งคือคุณไม่จำเป็นที่จะต้องอ่านคันจิได้แสดงหนังสือรับรองที่พิมพ์ไว้ล่วงหน้าจากโกลลอยด์ จะให้ข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นในการช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการโอนเงินข้ามประเทศ ผมทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนและตอนนี้รู้สึกมั่นใจพอที่จะจัดการโอนเงินเหล่านี้ด้วยตัวผมเอง

ผมจะสามารถถอนเงินจากบัญชีธนาคารต่างประเทศโดยใช้ตู้เอทีเอ็มของญี่ปุ่นได้ไหม?

คุณรู้ไหมว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะมีการถอนเงินจากบัญชีธนาคารของประเทศสหรัฐอเมริกาในประเทศญี่ปุ่น ผมถามคำถามนี้กับเพื่อนชาวต่างชาติจำนวนนับไม่ถ้วนรวมทั้งเพื่อนร่วมงานที่อาศัยอยู่ในปรเทศญี่ปุ่น ล้วนแต่ได้คำตอบที่เหมือนกัน คำตอบแล้วคำตอบเล่าว่า “ฉันไม่แน่ใจ” “ฉันไม่เคยลอง” “ฉันไม่รู้” อย่างไรก็ตามผมจำเป็นต้องจัดส่งของบางอย่างให้ที่บ้านวันนี้และแจแปนโพสได้ไม่อนุญาติให้ผมใช้บัตรเดบิต

ถ้าผมถอนเงินจากบัญชีธนาคารของประเทศสหรัฐของผมในประเทศญี่ปุ่นได้ ผมจะตัดสินใจถอนทันที เริ่มด้วยการใช้บัตรเพย์พอลการ์ด ผมใช้บัตรของผมเข้าไปในเครื่องเอทีเอ็ม กดปุ่มแนะนำภาษาอังกฤษตู้เอทีเอ็มแจ้งให้ผมใส่รหัสพินของผมลงไป ผมป้อนหมายเลข จากนั้นใส่จำนวนเงิน ผมใส่ 2000 เยนลงไปพร้อมกับลุ้นหรือภาวนาให้มีความโชคดีเกิดขึ้น หายใจลึกๆ……รอ…..รอ…..รหัสไม่ถูกต้อง….โอ้ย ผมพยายามอีกครั้งในการใส่บัตรของผม ใส่รหัสอีกครั้งรวมทั้งจำนวนเงินที่ต้องการ หายใจลึกๆ……รอ…..รอ…..แล้วเสียงก็ดังขึ้น…..แล้วใบเสร็จก็ดีดออกมา…..มันได้ผล

เพราะเป็นคำถามที่หลายคนถามถึง ผมจึงตัดสินใจทำวีดีโอขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่ามันได้ผล

(วีดีโอ จะต้องมาเร็วๆนี้)

เพย์พอลเป็นบริการระดับโลกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการชำระเงิน ดังนั้นผมจึงถอนเงินออกมาได้โดยง่ายด้วยค่าธรรมเนียมที่น้อย (ประมาณ 2%ของเงินที่ถอน ถ้าผมคำนวณไว้ไม่ผิดละก็) ผมไม่ทราบจริงๆว่าธนาคารทั้งหมดอนุญาติให้ถอนเงินข้ามประเทศได้หรือไม่ แต่ผมรู้คือ เชส และ เพย์พอล ใช้ได้ผลในประเทศญี่ปุ่น

วิธีการส่งเงินกลับบ้านจากประเทศญี่ปุ่น

อัพเดท – สวัสดีเพื่อนพ้อง นี่คือบันทึกแบบลัดสั้นที่จะทำให้คุณรู้จักกับโกลลอยด์  ซึ่งตอนนี้เป็นบริการของโกรีมิตของธนาคารซิเนะเซะอิ  คุณสามารถลงทะเบียนแบบเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้ที่นี้. ซึ่งอาจจะมีการอัพเดทเพิ่มขึ้นตามลำดับ   เมื่อผู้คนสนใจที่จะย้ายไปประเทศญี่ปุ่น  หนึ่งในสิ่งที่ผู้คนตะหนักมากที่สุดคือการจัดการหนี้สิน เช่น   ค่ารถ ค่าบัตรเครดิต  ทุนกู้เรียนเป็นต้น   บ่อยครั้งที่สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้คนรู้สึกผูกติดกับประเทศตัวเองและเป็นเหตุผลหลักที่ผู้คนหลีกเลี่ยงการไปต่างประเทศ ผมรู้เพราะผมอยู่จุดนั้นมาก่อน  ผมยังจำได้ว่าผมกังวลว่าจะจัดการอย่างไรกับภาระผูกพันทางการเงินของผมอย่างไรดีถ้าผมมาทำงานและอยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นตลอดหนึ่งปีเต็ม ผมเกือบจะปล่อยให้ความสงสัยเหล่านั้นมามีอิทธิพลเหนือผมและเกือบพลาดประสบการณ์ที่เติมเต็มชีวิตผมมากที่สุดประสบการณ์หนึ่ง  แม้ว่าจะกังวลแต่ผมก็มั่นใจว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีและมายังประเทญี่ปุ่น

ดังนั้นเมื่อผมมีงานที่มั่นคงและหาเงินเพียงพอเพื่อที่จะจ่ายค่าหนี้  แต่การได้เงินไปประเทศสหรัฐอเมริกาช่างเป็นเรื่องยุ่งยากเสียจริง  ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผมที่จะหาบริการที่ทำให้มันง่ายขึ้น  ผมค้นหาแล้วค้นหาอีก แต่ทุกอย่างล้วนค่าใช้จ่ายสูงทั้งสิ้นหรืไม่ก็นานเกินไป   ซึ่งจะต้องจ่ายค่าหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด  โดยที่ธนาคารและบริษัทที่ให้กู้เรียนจะไม่รอผมหาวิธีการจ่ายจนเสร็จ

 

การแก้ปัญหาของผมเบื้องต้นคือ 1) ส่งเงินให้สมาชิกในครอบครัวผ่านทางแจแปนโพส  2) ให้พวกเขาฝากเงินไว้ในธนาคารของผม และจากนั้น 3)ทำการจ่ายเงิน  สำหรับบางธนาคารคุณอาจจะส่งเงินไปให้โดยตรงเลยก็ได้ แต่อาจใช้เวลาอยู่บ้าง  ข้อดีของการใช้วีนี้คือไม่แพงมาก  หลังจากที่พยายามทำวิธีที่ยุ่งยากซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อย  อย่างเช่นการเข้าคิวรอ กรอกเอกสารทุกครั้งในการทำธุรกรรม   จ่ายค่าไปรษณีย์ เป็นต้น ผมคิดกับตัวเองว่า “ต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้”

 

แล้วมันก็จบด้วยการที่ผมไปคุยผู้ร่วมงานซึ่งเป็นชาวอเมริกัน(และเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีตอนนี้)  และเรียนรู้ว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด ผมขอแนะนำบริการที่เรียกว่า โกลลอยด์ 

 

โกลลอยด์คืออะไร  โกลลอยด์คือ ธนาคารที่ให้บริการลูกค้ารายย่อยที่ใหญี่ที่สุดของประเทศอังกฤษ  ซึ่งรับฝากสกุลเงินต่างประเทศและการส่งเงินกลับประเทศ  สาขาโตเกียวก่อตั้งตั้งแต่ปี1974

 

ค่าส่งเงินเท่าไหร่? มีค่าธรรมเนียม3ค่าที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจะโอนเงินข้ามประเทศ 1)

ค่าธรรมเนียมการโอนเงินภายในประเทศไปยังโกลลอยด์ (จากธนาคารของคุณในญี่ปุ่น) 2) 2000เยน ค่านายหน้าของโกลลอยด์  และ 3) ค่าธรรมเนียมการโอนในประเทศของคุณ  ผมรู้ว่ามันฟังดูเยอะไปสักหน่อยใช่ไหม แต่ผมจะบอกคุณจากประสบการณ์ของผม  ไม่ต้องกังวล  มันไม่แย่อย่างที่คิด  นี้คือตัวอย่างจริง

 

การส่งเงินครั้งสุดท้ายของผมเมื่อวันที่ 1 กันยายน สำหรับ 14000 เยน  แต่แตกเป็นค่าธรรมเนียมให้คุณดู

14000 เยน  – 525 เยน (ค่าธรรมเนียมการโอนเงินภายในประเทศไปยังโกลลอยด์) =13475 เยน

13475 เยน – 2000 เยน (ค่านายหน้าของโกลลอยด์ ) = 11475 เยน

จำนวนที่ผมได้รับในบัญชีธนาคารสหรัฐจากการทำธุรกรรมครั้งนี้คือ 130.00 ดอลล่าร์

130.00 ดอลล่าร์ -15.00 ดอลล่าร์(การโอนเงินผ่านธนาคารในประเทศ) =115.00

 

นี้คือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศของคุณ บางเวลาอาจได้น้อยกว่านี้สักหน่อย และบางเวลาอาจจะได้มากขึ้น (อย่างหลังดีนะ)

 

มันเร็วแค่ไหน ผมมาจากอเมริกา และทำการโอนเวลา10:30 ในช่วงเช้าของวันหยุดก็จะถึง10:30ช่วงค่ำของวันเดียวกัน อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับธนาคารและประเทศของคุณ แต่มันเร็วและมีประสิทธิภาพมากเลยนะ

สิ่งที่จำเป็นในการสมัครคืออะไร

  1. บัญชีเพื่อส่งเงิน (บัญชีธนาคารที่จะส่งเงินของคุณกลับบ้าน)
  2. สำเนาหน้ารูปถ่ายของพาสสปอร์ต
  3. สำเนาขอวบัตรที่มีที่อยู่เป็นทางการของคุณ (หนึ่งในเอกสารดังต่อไปนี้ใบขับขี่รถยนต์ของญี่ปุ่น , บัตรลงทะเบียนแรงงานต่างชาติ , ใบรับรองผู้อยู่อาศัย (ภายในสามเดือน หรือ หนังสือรับรองการประกันสุขภาพ )
  4. ชื่อและที่อยู่ของธนาคาร(ผมโทรไปที่แผนกบริการลูกค้าของธนาคารและค้นหาภายใน 1 นาที   ไม่ต้องกังวล)
  5. หมายเลขสาขาธนาคาร / หมายเลขเร้าติ้ง และหมายเลขบัญชีของคุณ

(ถ้าคุณไม่มีข้อมูลนี้ในญี่ปุ่นคุณจะได้รับมันได้ง่าย  ถ้าคุณมีบัญชีออนไลน์  คุณจะสามารถค้นหาข้อมูลนี้ได้   หรือ …ติดต่อบริการลูกค้าอีกครั้งก็สามารถช่วยคุณได้  โทรหาศูนย์บริการลูกค้าของธนาคารของคุณจะสามารถช่วยคุณได้)

 

สมัครอย่างไร

  1. ไปที่เว็บไชต์โกลลอยด์ 
  2. กรอกใบสมัครออนไลน์หรือพริ้นใน pdf ไฟล์
  3. ส่งใบสมัครที่ลงลายมือชื่อพร้อมกับสำเนาหน้าหนังสือเดินทางและบัตรหนึ่งใบที่มีที่อยู่อย่างเป็นทางการที่ประเทศญี่ปุ่น (โปรดดูที่ “คุณต้องใช้อะไรเพื่อลงทะเบียน?” ด้านบน)
  4. รอ 7-10 วันทำการสำหรับ ชุดตอบรับ

บริษัทนี้ง่ายเหมือนมาจากสวรรค์ หลังจากกรอกใบสมัครสั้นๆ รอประมาณ 2 อาทิตย์ ผมได้รับชุดตอบรับในเมล์ ซึ่งตอนนี้การส่งเงินไม่มีอะไรง่ายไปกว่านี้ ผมไปที่ธนาคารสาขาเอทีเอ็มและใช้เวลาประมาณ2 นาทีในการทำธุรกรรม