วิธีการเปิดบัญชีธนาคารไปรษณีย์ญี่ปุ่น

บัญชีธนาคารของคุณเปรียบเสมือนจุดที่สร้างความยุ่งยากในการเดินเรื่องธุรกรรมในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม ญี่ปุ่นก็ไม่แตกต่างกัน จำเป็นมากที่ต้องมีบัญชีธนาคารเปิดไว้หากคุณทำงานและใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ส่วนมากการจ่ายค่าแรงจะเป็นการโอนเงินเข้าบัญชี บางครั้งค่าเช่าบ้านก็อาจจะถูกหักจ่ายจากบัญชีอัตโนมัติ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลง่ายๆเพื่อแสดงว่าทำไมบัญชีธนาคารถึงมีความสำคัญ วันนี้เราจะมาดูเรื่องวิธีการเปิดบัญชีธนาคารญี่ปุ่นที่ไปรษณีย์ มาดูกันที่สามส่วนหลักๆในการเปิดบัญชี 1.สถานที่ที่ต้องไป 2.สิ่งที่ต้องนำไป และ 3.เอกสาร
1.ต้องไปที่ไหน?
ในการเปิดบัญชีที่ไปรษณีย์ คุณสามารถไปที่ JP Bank ที่ใกล้ที่สุด ผมรู้ว่าไปรษณีย์หลายๆที่จะมีส่วนที่ให้บริการไปรษณีย์ แล้วก็มีส่วนที่เป็นพื้นที่ให้บริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางธนาคารด้วย แต่อาจจะไม่ได้มีทุกที่นะ ถ้าคุณอยากรู้ว่าที่ไหนมีบริการทั้งสองอย่าง แค่มองหาโลโก้แบบนี้ … รูป … แล้วคุณจะรู้เลยว่ามาถูกที่แล้ว
2.ต้องเอาอะไรไปบ้าง
ไม่ว่าคุณจะเลือก JP Bank, Joyo Bank, UFG, Mizuho หรือธนาคารอื่นๆ ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องนำไปส่วนใหญ่จะคล้ายๆกัน โปรดนำ:
-เอกสารระบุตัวตนสองอย่างระหว่าง บัตรลงทะเบียนคนต่างด้าว, พาสปอร์ต, และ/หรือ บัตรประกันสุขภาพ (ผมทำประกันเอกชนไว้เมื่อตอนสมัครกับ JP Bank ผมก็เลยใช้แค่บัตร AR กับพาสปอร์ต ซึ่งทุกอย่างก็ออกมาเรียบร้อย)
-เงินที่คุณต้องการฝาก
-ที่อยู่และหมาเลขโทรศัพท์
-ฮานโกะของคุณหรือตราประทับชื่อส่วนตัว (เป็นทางเลือก)
เอกสารของ Japan Post
หน้าแบบฟอร์มที่คุณจะต้องกรอกข้อมูลจะมีหน้าตาประมาณนี้.
(รูปแบบฟอร์มหลักในการกรอกข้อมูลเพื่อเปิดบัญชีกับ Japan Post. มีแค่หน้าเดียว)
มาดูกันใกล้ๆว่าคุณจะต้องกรอกอะไรบ้าง นี่คือส่วนที่ยากที่สุด แต่จะไม่ยากอีกต่อไปหากคุณรู้ความหมายของแต่ละช่องว่าต้องกรอกข้อมูลอะไรลงไป ผมทำกรอบแยกสีแต่ละช่องเพื่อให้ดูง่ายขึ้น ผมไม่ได้กรอกข้อมูลลงไปครบทุกช่อง จะมี 14 ช่องตามภาพที่คุณจำเป็นต้องใส่เพื่อเปิดบัญชี, รับบัตรเครดิตและบุคแบงค์
種類 (しゅるい หรือ Shurui) ประเภทบัญชี
ช่องนี้มีทางเลือก 2 ทาง ให้คุณเลือกเลข 1 通常 (つうじょう หรือ Tsujo) บัญชีทั่วไป หรือเลือก 2 貯蓄 (Chochiku หรือちょちく) บัญชีออมทรัพย์. สำหรับประเภทแรกคุณสามารถฝากถอนได้ตามต้องการ แต่จำให้ขึ้นใจว่าบัญชีประเภทที่สอง อัตราแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับเงินในบัญชี และไม่สามารถรับโอน(เงินเดือน) หรือการจ่ายเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีได้
送金機能 (そうきんきのう หรือ Sokinkino). การส่งเงินต่างประเทศ
หากคุณฝนช่องนี้จะเป็นการเปิดใช้ระบบการส่งเงินต่างประเทศสำหรับบัญชีใหม่ของคุณ
基準額 (きじゅんがく หรือ Kijungaku). วงเงินจำกัดในการฝาก
คุณต้องการให้วงเงินโอนจำกัดที่เท่าไหร่? ตอนผมเลือก ผมตั้งวงเงินไว้ที่ 10ล้านเยน บัญชีผมเคยมีเงินมากขนาดนั้นมั้ยน่ะเหรอ? ไม่มีทางแน่นอน! แต่มันก็เป็นทางเลือกของเรา บางทีอาจจะถึงก็ได้
お預け入れ金額 (おあずけいれきんがく หรือ Oazukeire Kingaku) จำนวนเงินฝาก
ช่องนี้คือจำนวนเงินฝากครั้งแรกของคุณ ผมไม่รู้แน่ชัดว่าจำนวนเงินฝากขั้นต่ำอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ค่อนข้างต่ำนะ ผมจำได้ว่าฝากไป 1000เยน เป็นเงินฝากครั้งแรก
おところ หรือ Otokoro. ที่อยู่
ตรงนั้นจะมีช่องว่างสำหรับ フリガナ (furigana) ซึ่งก็คือ kana (hiragana and katakana) ตรงกับที่อยู่ของคุณในตัวอักษรคันจิ แล้วก็มีข่องว่าสำหรับ 漢字 or かんじ (kanji) ในกรณีที่คุณเขียนที่อยู่ไม่เป็น ให้ยื่นบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าวกับพนักงานแล้วพูดว่า “เท็ตสึดัตเตะ คุดาไซ” พนักงานจะกรอกส่วนนี้ให้คุณ
おなまえ หรือ Onamae. ชื่อ
เหมือนกันส่วนที่ 5. จะมีช่องว่างสำหรับทั้งฟูริกานะและคันจิ ผมใส่นามสกุลตามด้วยชื่อ ASH, DONALD
お届け印 (おとどけいん หรือ Otodokein)。確認印 (かくにんいん หรือ kakunin) ตราประทับ
ส่วนนี้มีไว้สำหรับตราประทับส่วนตัว ฮันโกะหรืออินคังของคุณ ผมไม่รู้ความแตกต่างหลักๆระหว่าง โอโตะโดเคอินกับคะคุนิน แต่ฮันโกะของผมไม่มีปัญหา ถึงคุณจะไม่มีฮันโกะ ก็แค่เซ็นลงไป ใช้ได้เหมือนกัน
生年月日 (せいねんがっぴ หรือ Seinengappi) วันเกิด
ช้าก่อน! ก่อนที่คุณจะรีบเขียนลงไป โปรดอย่าลืมว่าคุณต้องเขียนวันเดือนปีตามปฏิทินตามรูปแบบของจักรพรรดิญี่ปุ่น 元号 (げんごう หรือ gengo) ที่หมายถึงศักราชที่ตรงกับวันเกิดคุณ ระบบนี้มีมาตั้งแต่รัชสมัยของจักรพรรดิญี่ปุ่น ทางเลือกทั้ง 4 คือ 1. 明治 (めいじ หรือ Meiji), 2. 大正 (たいしょう หรือ Taisho), 3. 昭和 (しょうわ หรือ Showa), and 4. (へいせい平成 หรือ Heisei). ในเรื่องของช่วงเวลา นี่เป็นอีกช่องที่คุณให้พนักงานเขียนให้ได้ เขียนวันเกิดในกระดาษแผ่นอื่นแล้วโชว์ให้พนักงานดู เขาสามารถบอกวันเกิดคุณตามปฏิทินราชวงศ์ได้
キャッシュサービス. บริการบัตรเงินสด
โอเค ตรงนี้ไม่ค่อยยาก แค่เลือกหนึ่งอย่างตามนี้:
通帳 (つうちょう หรือ tsuchou) . カード(บัตรการ์ด) คุณต้องการทั้งสมุดบัญชีและบัตรการ์ด
カード – คุณต้องการแค่การ์ด
利用しない (りようしない หรือ riyoshinai) คุณไม่ต้องการบริการนี้
ส่วนตัวผมเลือกข้อแรก
キャッシュサービス デビット機能 (きゃしゅさーびすでびっときのう หรือ kyashusa-bisudebitokino) บริการบัตรเดบิต
ช่องนี้จะเป็นทางเลือกในการใช้บริการบัตรเดบิตบนบัตรของคุณ
หากคุณเลือกข้อแรก 1. (りようする หรือ riyosuro) คือคุณเลือกใช้บริการ คุณสามารถถอนหรือโอนเงินไปที่บัญชีของกรมส่งเสริมการค้าผ่านบัตรเดบิตญี่ปุ่น ด้วยบัตรเงินสดที่คุณได้รับ คุณสามารถใช้จ่ายด้วยบัตรเงินสดกับร้านที่อยู่ในเครือของกรมส่งเสริมการค้า ว่ากันตรงๆมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของผมกับการทำความเข้าใจข้อนี้ ดังนั้นผมเลยเลือกข้อ 2 利用しない (りようしない หรือ riyoshinai) ซึ่งหมายถึงผมไม่ต้องการใช้บริการนี้
カード種類(かーどしゅるい หรือ ka-doshurui) ประเภทการ์ด
ตรงนี้ เลือกประเภทการ์ดที่คุณต้องการ
2. SUICA付カード (SUICAつきかーど หรือ SUICA Tsukika-do) ประเภทนี้เป็นบัตรเงินสดที่เชื่อมกับบริการ SUICA ผมไม่เลือกอันนี้เพราะมันไม่สามารถใช้ร่วมกับบัตรโดยสารได้ ซึ่งผมใช้เป็นประจำเกือบทุกเดือน
8.JPBANK カード (JPBANKKa-do) อันนี้เหมือนกับบัตรเครดิต ผมบอกกับตัวเองว่าจะไม่แตะต้องข้อนี้แน่นอน มันจะต้องมีขั้นตอนการสมัครเพิ่มเติมแถมเสียเวลายืดเยื้อด้วย
9.一般カード (いっぱんka-do) บัตรเงินสดทั่วไป
ผมเลือกอันที่ 9 ที่เป็นบัตรเงินสดปกติ ซึ่งได้รับหลังจากทำการสมัครแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์
暗証番号必須取り扱い(あんしょうばんごうとりあつかい หรือ anshinbangotoriatsukai) บริการรหัส pin
ผมเข้าใจว่าคำนี้มันดูยาวมาก แต่มันแค่ถามว่าคุณต้องการใช้บริการรหัส pin ในการทำธุรกรรมหรือไม่
คุณสามารถเลือก 1. 申し込む (もうしこむ หรือ moushikomu) ต้องการใช้ หรือเลือก
9. 申し込まない (もうしこまない หรือ moshikomanai) ไม่ต้องการ ผมเลือกใช้เพราะยังไงผมก็รู้รหัสตัวเองอยู่แล้ว ถือเป็นการเพิ่มระบบความปลอดภัย
ボランティア เงินบริจาค
ใกล้ถึงแล้ว ทุกๆคน ในส่วนนี้ถามถึงความต้องการบริจาคเงินกับ 1. องค์กรอาสาสมัครทั่วไป (全般 (ぜんぱん หรือ zenpan)) , 2. องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (環境(かんきょう หรือ kankyo)), หรือ 9. 申し込まない (もうしこまない or moshikomanai)- คุณไม่ประสงค์ทำการบริจาค
เปอร์เชนต์ที่คิดจากดอกเบี้ย (ที่ทำงานผมบอกว่าประมาณ 20%) จะถูกบริจาค
性別 (せいべつ หรือ seibetsu) เพศ
คุณจะคำนึงถึงการกรอกข้อมูลช่องนี้เฉพาะกรณีที่คุณเลือกช่องทาง Suica ในช่องที่ 10

เย่!!!
ครบทุกขั้นตอนแล้วกับเอกสารของ Japan Post มันอาจจะดูยาวกว่าที่เป็นจริงเพราะผมอธิบายทั้งหมดเลย แต่ไม่ต้องเป็นกังวล ไม่มีอะไรแย่หรอก เมื่อคุณสมัครเสร็จเรียบร้อย ก็แค่รอเวลารับบัตรเดบิตทางไปรษณีย์ ผมลืมไปแล้วล่ะ แต่จำได้ว่า สมุดบัญชีจะได้รับทันทีหลังจากสมัครเสร็จ

แค่อยากให้เห็นว่ามันไม่ได้ยากเย็นนักในแต่ละธนาคาร นี่เป็นสำเนาเอกสารจาก Joyo Bank อีกธนาคารหนึ่งแถวๆที่ผมอยู่
เห็นมั้ย? แบบฟอร์มหน้าเดียวคล้ายๆกันเลย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเปิดบัญชีผ่านไปรษณีย์หรือธนาคาร คงไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่ผมเขียนไป ถ้าคุณติดบางขั้นตอน หรือคิดว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก การหาใครสักคนที่แปลญี่ปุ่นได้ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ

ความสำคัญของสมุดบัญชีเงินฝากของญี่ปุ่น

ธนาคารในอเมริกาและในญี่ปุ่นมีบางอย่างคล้ายคลึงและแตกต่างแน่นอนว่าผมคิดว่าธนาคารในอเมริกาสะดวกมากกว่าในญี่ปุ่นหลายๆด้าน

ตัวอย่างเช่นผมจำได้ว่าจะมีไดร์ฟทรูที่ซึ่งลูกค้าประจำสามารถดำเนินการทางธุรกรรมกับพนักงานผ่านอินเตอร์คอม ผมไม่เคยเห็นไดร์ฟทรูในญี่ปุ่น(บางทีอาจถูกจำกัดพื้นที่ไว้) ปกติแล้วคนทั่วไปจะถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มต่อเมื่อพวกเขาต้องการใช้จริงๆใช่ไหม ผมเคย ปกติแล้วหลังสามทุ่มจะไม่สามารถใช้บัตรและถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ ผมไม่ชอบเลยในอเมริกาคุณสามารถถอนเงินได้ 24 ชั่วโมง ยกเว้นในกรณีที่ตู้เอทีเอ็มมันทำงานผิดปกติ จนผมลืมไปแล้วว่าเครื่องเอทีเอ็มปิดให้บริการในวันหยุดในสหรัฐฯหรือไม่ ไม่ได้บอกว่าธนาคารญี่ปุ่นแย่นะ พนักงานที่นั่นสุภาพและเต็มใจอย่างมากที่จะช่วยเหลือคุณอย่างน้อยก็ประสบการณ์ที่ผมสัมผัสได้กับตัวเอง

มีหลายอย่างของธนาคารญี่ปุ่นที่ผมคิดว่าค่อนข้างเจ๋ง เช่น เมื่อผมฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร(oazukeire)เงินจะเข้าบัญชีทันที …ไม่ต้องรอการดำเนินการ (ผมแน่ใจว่าเช็คจะแตกต่างกันออกไป แต่ผมไม่เคยลองนะ) การโอนเงินเป็นเรื่องง่ายอย่างไม่น่าเชื่อในตู้เอทีเอ็มของญี่ปุ่นเมื่อคุณตั้งค่าเสร็จแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือความสะดวกสบายของสมุดบัญชีธนาคาร …

สมุดบัญชีธนาคารญี่ปุ่นของคุณมีค่ามากกว่าที่คุณทราบ ในอเมริกาหลังจากการธนาคารกลายมาเป็นแบบธนาคารอิเล็คทรอนิคส์ผมไม่เห็นการใช้สมุดบัญชีเงินฝาก และพวกเขาคงจะเก็บไว้ที่ไหนสักแห่ง ในญี่ปุ่นมีความแตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องมีการเขียนใด ๆ เพียงแค่คุณวางสมุดบัญชีเงินฝากลงในตู้เอทีเอ็ม แล้วหลังจากที่เสียงการประมวลผลและการพิมพ์ สมุดบัญชีเงินฝากจะได้รับการอัปเดตให้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงค่อนข้างง่ายที่จะทราบว่าบัญชีธนาคารของคุณอยู่ที่ใด

มีอีกหนึ่งเรื่องหนึ่งที่สมุดบัญชีเงินฝากทำได้ ผมไม่รู้จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ (ผมเป็นคนล้าหลังอีกแล้ว) คุณสามารถใช้สมุดบัญชีธนาคารของคุณเพื่อถอนเงินและทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็มได้ โดยไม่ต้องใช้บัตรเอทีเอ็ม เจ๋งใช่มั้ย?ผมได้ทำมันหลายครั้งแล้ว มันเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว คุณเพียงแค่ใส่สมุดบัญชีธนาคารของคุณและทำธุรกรรมตามปกติ

สมุดบัญชีเงินฝากของคุณเป็นส่วนสำคัญในการลงทะเบียนสำหรับทุกอย่างในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่การเป็นสมาชิกโรงยิมจนถึงการรักษาความปลอดภัยอพาร์ทเมนต์ จนถึงการได้โทรศัพท์มือถือผมให้สมุดบัญชีธนาคารของผมทำสิ่งเหล่านี้

สมุดบัญชีธนาคารของคุณมีข้อมูลธนาคารที่สำคัญ ดังนั้นคุณควรเก็บรักษาเช่นเดียวกับการรักษาบัตรเอทีเอ็มของคุณ คุณจะไม่ให้บัตรเอทีเอ็มของคุณกับใคร ใช่ไหม ? เป็นความคิดที่ดีในการเก็บรักษาสมุดบัญชีธนาคารของคุณในรูปแบบเดียวกัน

วิธีการใช้ตู้เอทีเอ็มญี่ปุ่น ( พื้นฐาน ) ตอนที่สอง

( อัพเดท )
หวังว่าคุณจะอ่าน ตอนที่ 1 การใช้ตู้เอทีเอ็มญี่ปุ่น ซึ่งจะแสดงให้คุณเห็นถึงคันจิสำคัญๆ ที่ต้องพบในการใช้ตู้เอทีเอ็ม ณ ตอนนี้ผมจะแสดงให้เห็นพื้นฐานแต่ละขั้นตอนโดยเริ่มจากการถอน

1. การถอน
เมื่อถอนเงินระวังจำนวนเลขศูนย์ ฉันมีเพื่อนที่บังเอิญถอนเงินเกือบหมดบัญชีของเขา เพราะการเติมศูนย์ผิดพลาด (โปรดดูที่บทความถ้าคุณสับสนเกี่ยวกับเงินดอลล่าร์แลกเป็นเยนไม่ต้องกังวล ผมจะพยายามทำให้มันง่าย)

ถัดไปดูพื้นฐานการฝากไปพร้อมกัน
2. การฝาก
การฝากบางเครื่องจะมีช่องใส่เหรียญซึ่งค่อนข้างจะสะดวก และสมเหตุสมผลเพราะว่า 5 ดอลล่าห์ที่ใช้มีค่าเท่ากับ เหรียญ 500 เยน และตอนนี้มาตรวจสอบยอดเงินคงเหลือกัน

3. ยอดเงินคงเหลือ
และไปที่โอนเงิน

ส่งเงินกลับบ้านประเทศญี่ปุ่นได้อย่างไร

หวังว่าคุณจะทำตามขั้นตอนเหล่านี้ ตอนที่ 1 ของบทความนี้

1) ดาวน์โหลดใบสมัครจาก เวปไซต์ โกลลอยด์
2) ส่งใบสมัครและสำเนา หนังสือเดินทางและบัตรที่อยู่
3) รับชุดต้อนรับของ โกลลอยด์
ไปดูแพ็คต้อนรับ ซึ่งภายในควรจะได้รับสิ่งเหล่านี้
. จดหมายลงทะเบียนซึ่งแสดงหน้ารายละเอียดของบัญชีธนาคาร
. บัตรฟูริโกมิ / สมุดบัญชีเงินฝาก หรือจดหมายช่วยเหลือ – ฟูริโกมิ คือการโอนเงินภายในประเทศ
. สำเนาใบสมัครต้นฉบับ
. นโยบายส่วนบุคคลและเอกสารการคุ้มครองข้อมูลของลูกค้า
เราจะทำอะไรกับสิ่งนี้ ผมคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการแสดงให้คุณเห็น ทีละขั้นๆ
มีสองวิธี คือ วิธีที่หนึ่ง แสดงจดหมายกับเจ้าหน้าที่แล้วให้พวกเขาสร้างความสับสนให้คุณ หรือ วิธีที่สองทำโดยตัวคุณเอง
เข้าใจใช่ไหม ถ้าคุณไม่รู้คันจิไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล ข้อดีอย่างหนึ่งคือคุณไม่จำเป็นที่จะต้องอ่านคันจิได้แสดงหนังสือรับรองที่พิมพ์ไว้ล่วงหน้าจากโกลลอยด์ จะให้ข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นในการช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการโอนเงินข้ามประเทศ ผมทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนและตอนนี้รู้สึกมั่นใจพอที่จะจัดการโอนเงินเหล่านี้ด้วยตัวผมเอง

ผมจะสามารถถอนเงินจากบัญชีธนาคารต่างประเทศโดยใช้ตู้เอทีเอ็มของญี่ปุ่นได้ไหม?

คุณรู้ไหมว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะมีการถอนเงินจากบัญชีธนาคารของประเทศสหรัฐอเมริกาในประเทศญี่ปุ่น ผมถามคำถามนี้กับเพื่อนชาวต่างชาติจำนวนนับไม่ถ้วนรวมทั้งเพื่อนร่วมงานที่อาศัยอยู่ในปรเทศญี่ปุ่น ล้วนแต่ได้คำตอบที่เหมือนกัน คำตอบแล้วคำตอบเล่าว่า “ฉันไม่แน่ใจ” “ฉันไม่เคยลอง” “ฉันไม่รู้” อย่างไรก็ตามผมจำเป็นต้องจัดส่งของบางอย่างให้ที่บ้านวันนี้และแจแปนโพสได้ไม่อนุญาติให้ผมใช้บัตรเดบิต

ถ้าผมถอนเงินจากบัญชีธนาคารของประเทศสหรัฐของผมในประเทศญี่ปุ่นได้ ผมจะตัดสินใจถอนทันที เริ่มด้วยการใช้บัตรเพย์พอลการ์ด ผมใช้บัตรของผมเข้าไปในเครื่องเอทีเอ็ม กดปุ่มแนะนำภาษาอังกฤษตู้เอทีเอ็มแจ้งให้ผมใส่รหัสพินของผมลงไป ผมป้อนหมายเลข จากนั้นใส่จำนวนเงิน ผมใส่ 2000 เยนลงไปพร้อมกับลุ้นหรือภาวนาให้มีความโชคดีเกิดขึ้น หายใจลึกๆ……รอ…..รอ…..รหัสไม่ถูกต้อง….โอ้ย ผมพยายามอีกครั้งในการใส่บัตรของผม ใส่รหัสอีกครั้งรวมทั้งจำนวนเงินที่ต้องการ หายใจลึกๆ……รอ…..รอ…..แล้วเสียงก็ดังขึ้น…..แล้วใบเสร็จก็ดีดออกมา…..มันได้ผล

เพราะเป็นคำถามที่หลายคนถามถึง ผมจึงตัดสินใจทำวีดีโอขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่ามันได้ผล

(วีดีโอ จะต้องมาเร็วๆนี้)

เพย์พอลเป็นบริการระดับโลกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการชำระเงิน ดังนั้นผมจึงถอนเงินออกมาได้โดยง่ายด้วยค่าธรรมเนียมที่น้อย (ประมาณ 2%ของเงินที่ถอน ถ้าผมคำนวณไว้ไม่ผิดละก็) ผมไม่ทราบจริงๆว่าธนาคารทั้งหมดอนุญาติให้ถอนเงินข้ามประเทศได้หรือไม่ แต่ผมรู้คือ เชส และ เพย์พอล ใช้ได้ผลในประเทศญี่ปุ่น

วิธีการใช้ตู้เอทีเอ็มญี่ปุ่น ( พื้นฐาน ) ตอนแรก

การใช้เงินเป็นกิจวัตรประจำวันสำหรับคนส่วนใหญ่ ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำธุรกรรมพื้นฐานบนตู้เอทีเอ็มจึงเป็นสิ่งจำเป็น บ่อยครั้งในญี่ปุ่นคุณสามารถเข้าถึงเครื่องเหล่านั้นได้ที่ร้านสะดวกซื้อและที่ทำการไปรษณีย์ที่มีตัวเลือกเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าคุณเข้าถึงตู้เอทีเอ็มประเภทต่างๆนั้นได้จะเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก แต่ถ้าตู้เอทีเอ็มเป็นภาษาญี่ปุ่น 100% ละ คันจิ ( เป็นเรื่องที่ยากที่สุดในการเขียนสามระบบของญี่ปุ่น ) อาจสร้างความสับสนให้กับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นมือใหม่ และแม้ว่าคุณอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นหลายปีแล้วก็ตามคันจิก็ยังทำให้คุณสับสนได้ ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำในวันนี้คือ ทำการเรียนรู้ข้อมูลสำคัญเบื้องต้นในการใช้เอทีเอ็มตู้เอทีเอ็มที่ใช้ ( เป็นของธนาคารโจโย ) ซึ่งอาจจะไม่ได้มีในทุกพื้นที่ของญี่ปุ่น แต่ผมจะแสดงให้คุณเห็นถึงแนวทางหลัก ๆ ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับตู้เอทีเอ็มส่วนใหญ่ได้

เริ่มด้วยคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นห้าคำที่ควรรู้ในการใช้ตู้เอทีเอ็ม ส่วนคันจิคุณไม่จำเป็นต้องเป็นเรียนรู้ความหมายมัน ในตอนแรกผมเน้นที่การใช้คันจิ ไม่ใช่ความหมาย อย่างไรก็ดีถ้ามันมากเกินไปให้ไปที่ธนาคารและถามผู้ช่วยในธนาคาร พวกเขาสุภาพและค่อนข้างยินดีที่จะช่วยเหลือคุณ ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือเพียงแค่พูดคำง่ายๆด้านล่างนี้แล้วต่อด้วย onegaishimasu ( รบกวนแบบสุภาพ )ตัวอย่างเช่น ถ้าผมพูดว่า ohikidashi tetsudate onegaishimasu. แปลว่าฉันต้องการถอนเงิน รบกวนด้วย ทั้งนี้ไวยกรณ์ไม่สมบูรณ์นัก แต่พนักงานจะเข้าใจว่าคุณจะถอนเงินได้โปรดช่วยหน่อย ทำให้มันง่ายๆตอนนี้เลย

Ohikidashi (โอฮิกิดะชิ) = ถอนเงิน
Oazukeire (โออาซึเคย์เระ) = ฝากเงิน
Zandaka shoukai ( ซังดะคะ โชวไค) = สอบถามยอด
Ofurikomi (โอฟูริโคะมิ) = โอนเงิน (จากบัญชีธนาคาร
Tsuchoukinyuu (ซึโจวคินยูวว์ = อัพเดทสมุดบัญชี)
ถัดไปดูที่แผนผังที่ตู้เอทีเอ็ม ตู้เอทีเอ็มมีลักษณะอย่างไร
Functioning = การทำงาน
card slot =ช่องใส่บัตร
coin dispenser= ที่หยอดเหรียญ
Touch Panel Display =หน้าจอทัช
Paper Carrency =ช่องใส่ธนบัตร
bankbook Slot statement
Display ช่องใส่สมุดบัญชี

เห็นไหม?ดูไม่ต่างจากเอทีเอ็มที่ใช้บ้านคุณเลย สิ่งที่ยอดเยี่ยมเลยคือ เป็นเครื่องรับเหรียญได้ ซึ่งมันสมเหตุสมผล โดยเหรียญที่ใหญ่ที่สุด( 500 เยน ) มีค่าเท่ากับ 5 ดอลล่าร์
ตอนนี้ผมต้องการแสดงตัวอย่างที่แท้จริงของลักษณะของหน้าจอขอตู้เอทีเอ็มพร้อมๆกับเน้นไปที่ขั้นตอนของธนาคารผมทำรายการไว้ข้างบนเพราะมันเป็นสิ่งจำเป็น คุณจะมีทุกสิ่งที่จำเป็นในการนำเงินออกจากบัญชี การนำเงินเข้าบัญชี สอบถามยอด และแม้แต่ส่งเงินไปยังบัญชีที่บ้าน
ในส่วนที่สองของตอนผมจะนำคุณไปสู่แต่ละตอนพื้นฐานของ 5 ขั้นตอนที่ตู้เอทีเอ็มคือ 1.การถอน 2. การฝาก 3. สอบถามยอด 4.การโอนเงิน 5. การอัพเดทสมุดบัญชี

วิธีการส่งเงินกลับบ้านจากประเทศญี่ปุ่น

อัพเดท – สวัสดีเพื่อนพ้อง นี่คือบันทึกแบบลัดสั้นที่จะทำให้คุณรู้จักกับโกลลอยด์  ซึ่งตอนนี้เป็นบริการของโกรีมิตของธนาคารซิเนะเซะอิ  คุณสามารถลงทะเบียนแบบเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้ที่นี้. ซึ่งอาจจะมีการอัพเดทเพิ่มขึ้นตามลำดับ   เมื่อผู้คนสนใจที่จะย้ายไปประเทศญี่ปุ่น  หนึ่งในสิ่งที่ผู้คนตะหนักมากที่สุดคือการจัดการหนี้สิน เช่น   ค่ารถ ค่าบัตรเครดิต  ทุนกู้เรียนเป็นต้น   บ่อยครั้งที่สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้คนรู้สึกผูกติดกับประเทศตัวเองและเป็นเหตุผลหลักที่ผู้คนหลีกเลี่ยงการไปต่างประเทศ ผมรู้เพราะผมอยู่จุดนั้นมาก่อน  ผมยังจำได้ว่าผมกังวลว่าจะจัดการอย่างไรกับภาระผูกพันทางการเงินของผมอย่างไรดีถ้าผมมาทำงานและอยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นตลอดหนึ่งปีเต็ม ผมเกือบจะปล่อยให้ความสงสัยเหล่านั้นมามีอิทธิพลเหนือผมและเกือบพลาดประสบการณ์ที่เติมเต็มชีวิตผมมากที่สุดประสบการณ์หนึ่ง  แม้ว่าจะกังวลแต่ผมก็มั่นใจว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีและมายังประเทญี่ปุ่น

ดังนั้นเมื่อผมมีงานที่มั่นคงและหาเงินเพียงพอเพื่อที่จะจ่ายค่าหนี้  แต่การได้เงินไปประเทศสหรัฐอเมริกาช่างเป็นเรื่องยุ่งยากเสียจริง  ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผมที่จะหาบริการที่ทำให้มันง่ายขึ้น  ผมค้นหาแล้วค้นหาอีก แต่ทุกอย่างล้วนค่าใช้จ่ายสูงทั้งสิ้นหรืไม่ก็นานเกินไป   ซึ่งจะต้องจ่ายค่าหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด  โดยที่ธนาคารและบริษัทที่ให้กู้เรียนจะไม่รอผมหาวิธีการจ่ายจนเสร็จ

 

การแก้ปัญหาของผมเบื้องต้นคือ 1) ส่งเงินให้สมาชิกในครอบครัวผ่านทางแจแปนโพส  2) ให้พวกเขาฝากเงินไว้ในธนาคารของผม และจากนั้น 3)ทำการจ่ายเงิน  สำหรับบางธนาคารคุณอาจจะส่งเงินไปให้โดยตรงเลยก็ได้ แต่อาจใช้เวลาอยู่บ้าง  ข้อดีของการใช้วีนี้คือไม่แพงมาก  หลังจากที่พยายามทำวิธีที่ยุ่งยากซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อย  อย่างเช่นการเข้าคิวรอ กรอกเอกสารทุกครั้งในการทำธุรกรรม   จ่ายค่าไปรษณีย์ เป็นต้น ผมคิดกับตัวเองว่า “ต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้”

 

แล้วมันก็จบด้วยการที่ผมไปคุยผู้ร่วมงานซึ่งเป็นชาวอเมริกัน(และเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีตอนนี้)  และเรียนรู้ว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด ผมขอแนะนำบริการที่เรียกว่า โกลลอยด์ 

 

โกลลอยด์คืออะไร  โกลลอยด์คือ ธนาคารที่ให้บริการลูกค้ารายย่อยที่ใหญี่ที่สุดของประเทศอังกฤษ  ซึ่งรับฝากสกุลเงินต่างประเทศและการส่งเงินกลับประเทศ  สาขาโตเกียวก่อตั้งตั้งแต่ปี1974

 

ค่าส่งเงินเท่าไหร่? มีค่าธรรมเนียม3ค่าที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจะโอนเงินข้ามประเทศ 1)

ค่าธรรมเนียมการโอนเงินภายในประเทศไปยังโกลลอยด์ (จากธนาคารของคุณในญี่ปุ่น) 2) 2000เยน ค่านายหน้าของโกลลอยด์  และ 3) ค่าธรรมเนียมการโอนในประเทศของคุณ  ผมรู้ว่ามันฟังดูเยอะไปสักหน่อยใช่ไหม แต่ผมจะบอกคุณจากประสบการณ์ของผม  ไม่ต้องกังวล  มันไม่แย่อย่างที่คิด  นี้คือตัวอย่างจริง

 

การส่งเงินครั้งสุดท้ายของผมเมื่อวันที่ 1 กันยายน สำหรับ 14000 เยน  แต่แตกเป็นค่าธรรมเนียมให้คุณดู

14000 เยน  – 525 เยน (ค่าธรรมเนียมการโอนเงินภายในประเทศไปยังโกลลอยด์) =13475 เยน

13475 เยน – 2000 เยน (ค่านายหน้าของโกลลอยด์ ) = 11475 เยน

จำนวนที่ผมได้รับในบัญชีธนาคารสหรัฐจากการทำธุรกรรมครั้งนี้คือ 130.00 ดอลล่าร์

130.00 ดอลล่าร์ -15.00 ดอลล่าร์(การโอนเงินผ่านธนาคารในประเทศ) =115.00

 

นี้คือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศของคุณ บางเวลาอาจได้น้อยกว่านี้สักหน่อย และบางเวลาอาจจะได้มากขึ้น (อย่างหลังดีนะ)

 

มันเร็วแค่ไหน ผมมาจากอเมริกา และทำการโอนเวลา10:30 ในช่วงเช้าของวันหยุดก็จะถึง10:30ช่วงค่ำของวันเดียวกัน อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับธนาคารและประเทศของคุณ แต่มันเร็วและมีประสิทธิภาพมากเลยนะ

สิ่งที่จำเป็นในการสมัครคืออะไร

  1. บัญชีเพื่อส่งเงิน (บัญชีธนาคารที่จะส่งเงินของคุณกลับบ้าน)
  2. สำเนาหน้ารูปถ่ายของพาสสปอร์ต
  3. สำเนาขอวบัตรที่มีที่อยู่เป็นทางการของคุณ (หนึ่งในเอกสารดังต่อไปนี้ใบขับขี่รถยนต์ของญี่ปุ่น , บัตรลงทะเบียนแรงงานต่างชาติ , ใบรับรองผู้อยู่อาศัย (ภายในสามเดือน หรือ หนังสือรับรองการประกันสุขภาพ )
  4. ชื่อและที่อยู่ของธนาคาร(ผมโทรไปที่แผนกบริการลูกค้าของธนาคารและค้นหาภายใน 1 นาที   ไม่ต้องกังวล)
  5. หมายเลขสาขาธนาคาร / หมายเลขเร้าติ้ง และหมายเลขบัญชีของคุณ

(ถ้าคุณไม่มีข้อมูลนี้ในญี่ปุ่นคุณจะได้รับมันได้ง่าย  ถ้าคุณมีบัญชีออนไลน์  คุณจะสามารถค้นหาข้อมูลนี้ได้   หรือ …ติดต่อบริการลูกค้าอีกครั้งก็สามารถช่วยคุณได้  โทรหาศูนย์บริการลูกค้าของธนาคารของคุณจะสามารถช่วยคุณได้)

 

สมัครอย่างไร

  1. ไปที่เว็บไชต์โกลลอยด์ 
  2. กรอกใบสมัครออนไลน์หรือพริ้นใน pdf ไฟล์
  3. ส่งใบสมัครที่ลงลายมือชื่อพร้อมกับสำเนาหน้าหนังสือเดินทางและบัตรหนึ่งใบที่มีที่อยู่อย่างเป็นทางการที่ประเทศญี่ปุ่น (โปรดดูที่ “คุณต้องใช้อะไรเพื่อลงทะเบียน?” ด้านบน)
  4. รอ 7-10 วันทำการสำหรับ ชุดตอบรับ

บริษัทนี้ง่ายเหมือนมาจากสวรรค์ หลังจากกรอกใบสมัครสั้นๆ รอประมาณ 2 อาทิตย์ ผมได้รับชุดตอบรับในเมล์ ซึ่งตอนนี้การส่งเงินไม่มีอะไรง่ายไปกว่านี้ ผมไปที่ธนาคารสาขาเอทีเอ็มและใช้เวลาประมาณ2 นาทีในการทำธุรกรรม