ตัวดำๆบนซ้าย : แกอยากโดนเฉือนใช่มั้ย?

ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งเมื่อคุณจ่ายค่าเช่าไม่ตรงเวลาที่ญี่ปุ่น
ปกติผมเป็นคนค่อนข้างจะเมคชัวร์เกี่ยวกับเรื่องการจ่ายบิลนู่นนี่ให้ตรงเวลานะ ถึงแม้หลังจากนั้นผมจะแทบไม่เหลือเงินก็เถอะ ผมไม่ชอบที่ต้องมีภาระหนี้สินแบกไว้บนบ่า (ทุนการศึกษานี่ตัวดีเลย !). ตัวอย่างมีครั้งนึงในความทรงจำเมื่อไม่นานมานี้ ความผิดพลาดอันเกิดจากความงี่เง่าและไม่ได้ตั้งใจ ที่ทำให้ผมไม่ได้จ่ายค่าเช่าในครั้งนั้น

เวลาผมได้เงินมา สิ่งแรกๆที่ต้องทำก็คือกั๊กเงินบางส่วนไว้สำหรับจ่ายทุนการศึกษาและจ่ายค่าเช่าอาพาร์ทเม้นต์ ก็ประมาณ 55,000 เยน จริงๆผมเก็บเงินส่วนนี้แยกไว้อีกบัญชีหนึ่งเพื่อป้องกันการหน้ามืดตามัวถอนออกมาใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มีวันหนึ่งกิเลสดันเข้าครอบงำผม แถมบัญชีที่ใช้ประจำวันก็แทบเกลี้ยง เลยถอนออกมา 1,000 เยน จากบัญชีที่เอาไว้จ่ายเฉพาะค่าเช่า ไม่เห็นเป็นไรนี่ใช่ปะ? … ผิดมหันต์ !!

ผมคิดว่าผมฝากเงินไว้มากเกินพอเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น. ยังไงก็ตาม มีบิลอยู่ใบหนึ่งที่เราลืมไปเสียสนิท, บิลแบบหักบัญชีอัตโนมัติของ Softbank (สำหรับคนที่ไม่คุ้น Softbank คือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่นี่ในญี่ปุ่น) เพราะปกติ Softbank จะหักเงินผ่านบัญชีแบบอัตโนมัติภายในไม่กี่วัน แต่ก่อนหน้านั้นผมถอนมาหน่อยนึง สุดท้ายกลายเป็นว่า บัญชีผมมีเงินคงเหลืออยู่ 53,000 เยน … ขาดแค่ 2,000 เยนเอง เฮ้ออ
ผมเพิ่งรู้ตัวหลังจากผ่านวันครบกำหนดไปแล้ว ก็มานั่งคิดทีหลังว่า “ให้ตายเถอะ รู้งี้ฝากเงินคืนไปดีกว่า” จริงๆนะ
ผมคาดหวังว่าทาง Kazuya (บริษัทของอพาร์ทเม้นต์) จะเรียกเก็บค่าเช่าอีกครั้ง แต่มันไม่เกิดขึ้นเลย ผมเริ่มกังวลมากขึ้นว่าจะโดนเก็บค่าธรรมเนียมล่าช้าอะไรรึเปล่า หรือต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้จ่ายมันไป ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยเริ่มรู้สึกกังวลนิดๆ
เข้าเรื่องได้แล้วดอนนี่! อะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากนายลืมจ่ายค่าเช่าที่ญี่ปุ่น?
โอเคๆ อยากฟังกันจริงๆใช่มั้ย?
คืองี้ เวลาคุณลืมจ่ายค่าเช่าที่ญี่ปุ่น พวกเขาจะจ้างกลุ่มนินจามาตามหาคุณ. สำหรับการเตือนครั้งแรก พวกนินจาดูเป็นมิตรและปกติดี พวกเขาแค่เข้ามาทักทายยิ้มๆแล้วกล่าวว่า “อย่าลืมจ่ายค่าเช่าด้วยนะเพื่อน” พอเวลาผ่านไป มาครั้งที่สอง ส่วนมากก็เป็นแก้งค์เดิมนั่นแหละ แต่คราวนี้เริ่มถึงเนื้อถึงตัวแบบมือเปล่าด้วยทักษะวิชานินจิตสึของพวกเขา พอครั้งที่สาม พวกนินจาจะพกอาวุธเบาๆอย่างเช่น สนับมือ กระบองสองท่อน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีไว้เพื่อทำร้ายร่างกาย จำไว้ว่า เป้าหมายของการเตือนครั้งที่สามนี้ไม่ได้ถึงขั้นจะฆ่าแกงกันซะทีเดียว เขาเรียกว่าการเตือนแบบนุ่มนวล แล้วก็มาถึงครั้งที่สี่ คุณคงไม่อยากให้มันเลยเถิดไปถึงจุดนั้นหรอก คุณไม่มีทางเดาผลลัพธ์ได้เลย ผมกำลังพูดถึงอาวุธเช่นพวก ดาวกระจาย ดาบซามูไร กรงเล็บติดมือ ระเบิดควัน นินจากับวิชาเวทมนตร์ของเขา ด้วยความตั้งใจจะทำให้เราพิการไม่ก็ตายไปเลย การเตือนครั้งที่สี่ถูกมองว่าเป็นการดูถูกองค์กรที่คุณกำลังเช่าอยู่ และทางเดียวที่พวกเขาจะกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาก็คือการปลิดชีพคุณนั่นแหละ บัดซบจริงๆ
เอิ่ม ขอโทษที…
ในความเป็นจริงแล้ว ผมแค่ได้รับสายโทรศัพท์จากฝ่ายบัญชีของบริษัทอพาร์ทเม้นต์ มันยากอยู่นิดหน่อยถ้าจะเข้าใจทุกอย่างที่คุณป้าผู้พูดสายกำลังพยายามบอก แต่ผมก็พอจะรู้ญี่ปุ่นอยู่บ้างเลยฟังออกว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องค่าเช่าของผมนั่นเอง และอีกเดี๋ยวเธอจะส่งบิลมาให้ทางไปรษณีย์ เธอดูค่อนข้างสุภาพ ไม่นานทุกอย่างก็ลงตัวแบบไม่ยากเย็น ไม่กี่วันต่อมาผมเชคดูก็พบเจ้านี่

ผมถือบิลไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ จ่ายเงิน แล้วทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ
ตอนนั้นผมต้องคุยกับตัวแทนเป็นภาษาญี่ปุ่น อาจจะรู้สึกท้าทายอยู่บ้าง แต่ผมเคยพูดมันแล้ว และจะพูดอีกครั้ง “ถ้าผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้”
ผมไม่มั่นใจว่าคุณจะต้องทำตามผมแบบนี้เป๊ะๆ ในทุกสถานการณ์เลยรึเปล่า แต่ถ้าให้ผมเดา มันก็คงคล้ายๆกันนี่แหละ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับการจ่ายค่าเช่าของคุณ ผมแนะนำให้ติดต่อกับผู้จัดการอพาร์ทเม้นต์ หรือใครก็ตามที่ดูแลเรื่องค่าเช่าของคุณเร็วที่สุดที่จะทำได้ แค่ให้พวกเขารู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น (ถึงแม้คุณจะต้องหาคนญี่ปุ่นมาช่วยอธิบายให้ก็ตาม) แต่จงอย่าตื่นตูมเป็นอันขาด มันมีแต่จะทำให้แย่ลงเท่านั้นแหละ เชื่อผมสิ…
ขอบคุณที่แวะมาอ่าน เจอกันใหม่วันพรุ่งนี้!

เรียนภาษาญี่ปุ่นในญี่ปุ่น : ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการเรียนญี่ปุ่น?

สำหรับผู้ที่ศึกษาภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่นจะมีอยู่ 3 ประเภทคือ
1.เด็กหนุ่มสาววัยละอ่อน ที่เดินทางมายังประเทศกับเงินของพ่อแม่เพื่อการศึกษาโดยเฉพาะอย่างเต็มเวลา โดยวีซ่านักเรียน ระยะเวลา 6 เดือนถึง 24 เดือน
2.นักเดินทางท่องเที่ยวที่มีความสนุกสนานและมีเงินเพียงพอที่จะใช้ ก:ใช้เวลาสักเดือนเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นและ ข: เรียนภาษาญี่ปุ่นไปด้วยบางสัปดาห์ระหว่างเที่ยว ภายใต้ข้ออ้างว่าพวกเขาต้องการที่จะกลับมาที่ประเทศนี้ในอนาคตเพื่อทำงาน
3. คนที่อยู่อาศัยแบบตั้งใจเรียนและทำงานในญี่ปุ่น ก็นะ … เพราะพวกเขาอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ถึงกระนั้นก็อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แรงจูงใจก็มีแตกต่างกันไป เช่น จำเป็นต้องใช้ภาษาสำหรับการทำงาน,หรือหวังจะได้มีเวลาส่วนตัวกับครูสาวๆ … มันมีหนทางอยู่มากมาย บทเรียนก็จะถูกสอนในการทำงาน
คำเตือน; ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองด้วย, การเลือกโรงเรียนภาษาญี่ปุ่นในญี่ปุ่น (ในระดับใดก็ได้) อาจเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายโดยมีหลักสูตรมากมายให้เลือกและค่าธรรมเนียมที่สูงลิบลิ่วจนถึงจุดที่คุณต้องการกรีดร้องว่า “บอกตูมาเลยว่ามันเท่าไหร่กันแน่ ! ‘ ดังนั้น เราจึงได้ทำการค้นคว้าผ่านอินเทอร์เน็ตและเที่ยวเดินตามถนนข้างนอกเพื่อพยายามหาค่าเฉลี่ยคร่าวๆของวงเงินที่คุณต้องการสำหรับชั้นเรียนในญี่ปุ่น
ข้อกำหนดที่ควรระวัง
-ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน
-ค่าธรรมเนียมหลักสูตร
–ค่าเล่าเรียน
-ค่าวัสดุอุปกรณ์
-ค่าหนังสือ
-ค่าธรรมเนียมสถานที่
-ค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า
คอร์สเรียนแบบเต็มเวลา
โดยปกติเป็นวันจันทร์ – ศุกร์ ตารางเรียน 20 บทเรียน / ชั่วโมง + 1 สัปดาห์ในการทำกิจกรรมหลักสูตรพิเศษ โรงเรียนส่วนใหญ่จัดระเบียบวีซ่านักเรียนรวมไปถึงประกันสุขภาพ (คิดค่าบริการด้วย) ที่พักส่วนใหญ่จะเป็นความรับผิดชอบของนักเรียน แต่ทางโรงเรียนสามารถให้คำแนะนำได้
อัตราค่าเล่าเรียน
3 เดือน – 170,000 เยน
6 เดือน – 400,000 เยน
9 เดือน – 600,000 เยน
12 เดือน – 700,000 เยน
15 เดือน – 850,000 เยน
18 เดือน – 1,000,000 เยน +
21 เดือน – 1,160,000 เยน
24 เดือน – 1,300,000 เยน +
ค่าหนังสือทุกๆที่จะเก็บที่ตั้งแต่ 2,000 – 10,000 เยนสำหรับตำราเรียน
คอร์สระยะสั้น
ผู้คนเกือบทุกเชื้อชาติสามารถอยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้ถึง 3 เดือนสำหรับการเป็นนักท่องเที่ยว เป็นเวลาเยอะพอสมควรสำหรับการศึกษาแบบคร่าวๆ มีทางเลือกมากมายในธุรกิจการศึกษาระยะสั้น แต่เมื่อคุณได้ก้าวผ่านตารางหลักสูตรและตารางค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว รูปแบบนี้ก็จะปรากฏขึ้น จันทร์ – ศุกร์, 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และค่าธรรมเนียมต่อไปนี้ …
1 สัปดาห์ – จาก 14,500 เยน
2 สัปดาห์ – 25,000 เยน
1 เดือน – 45,000 – 90,000 เยน
2 เดือน – 90,000 – 150,00 เยน
3 เดือน – 135,000 – 160,000 เยน
ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนเรียนจะอยู่ที่ระหว่าง 20,000 – 30,000 เยน
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง เราได้เห็นโรงเรียนญี่ปุ่นที่ให้บริการ 1 สัปดาห์ (15 ชม.) – 70,000 เยน + จนถึง 1 เดือน (60 ชั่วโมง) – 280,000 เยน +
การเรียนแบบส่วนตัวและแบบกลุ่ม
มีราคาแพงในระยะยาว แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีทางเลือกในการศึกษาภาษาในญี่ปุ่นที่ยืดหยุ่นและเรียบง่ายที่สุด ในวงการนี้ คุณมักจะต้องจ่ายค่าเรียนเป็นจำนวนมากก่อน และมีช่วงเวลาที่คุณต้องเล่าเรียน (~ 3 เดือน) สามารถคาดหวังได้ว่าโรงเรียนจะมีตั้งแต่อพาร์ทเมนต์ดัดแปลงอย่างโอ่โถงไปจนถึงการตั้งห้องสำนักงานเก๋ๆ ทุกๆที่ควรมีชา / กาแฟฟรี
หากมองหาในราคาที่ถูกกว่านี้ คาดว่าจะต้องจ่ายเงิน 4,000 เยนต่อ 50 นาที – 1 ชั่วโมง แม้ว่าจะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟแฟนซีก็ตาม คุณอาจพบชั้นเรียนประมาณ 3,000 เยนสำหรับระยะเวลาเดียวกัน หากมองหาราคาแพงๆจะประมาณ 7,000 เยนต่อ 50 นาที – 1 ชั่วโมง สมมติว่าโรงเรียนต้องการให้คุณจ่ายคอร์สเรียนล่วงหน้า 8 คอร์ส (ค่อนข้างธรรมดา); 32,000 – 56,000 เยน ขึ้นอยู่กับโรงเรียน, คุณอาจจำเป็นต้องซื้อตำราเรียน แต่กรณีนั้นควรจะเป็นเรียนคอร์สส่วนตัว
คอร์สเรียนแบบกลุ่มอาจจะถูกลง 500 – 1,000 เยนต่อคอร์สเรียน จากราคาด้านบน
วิธีที่ถูกที่สุดเพื่อหาบทเรียนส่วนตัวคือการหาออนไลน์และหาครูสอนพิเศษส่วนตัวที่จะได้พบคุณที่บ้านหรือที่ร้านกาแฟ ในเขตเมืองใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มว่าจะไม่มีทางเลือกอื่น คุณต้องใช้เงินเท่าไรสำหรับคอร์สเรียน? ราคาเฉลี่ยประมาณหนึ่งชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 3,000 เยน แต่ด้วยการค้นคว้าเล็กน้อยคุณจะเห็นผู้สอนบางรายเสนอบริการ 2,000 เยน นี่เป็นทางเลือกที่ดีหากคุณถูกผูกมัดให้จ่ายเป็นเงินสด แต่การศึกษาในสถานที่สาธารณะอาจจะยับยั้ง / ทำให้เสียสมาธิกับทั้งนักเรียนและครู
ยังมีตัวเลือกสำหรับการศึกษาฟรี (นอกเหนือจากที่บ้านด้วยตำราเรียนของคุณ) อ่านได้ที่นี่: เรียนภาษาญี่ปุ่นฟรี! แลกเปลี่ยนภาษากับ Nihongo Kyoushitsu
สำหรับรายละเอียดของวิธีที่ดีที่สุดในการศึกษาภาษาญี่ปุ่น …การศึกษาภาษาญี่ปุ่นในญี่ปุ่น: คู่มือเกี่ยวกับตัวเลือกและแหล่งข้อมูล
หากคุณมีข้อมูลเชิงลึก / คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่นในญี่ปุ่นเราต้องการรับฟังจากคุณ

เงิน(เยนญี่ปุ่น)

ค่าเงินญี่ปุ่นคือเงินเยน (円, en). 1 เยนมีค่าเท่ากับ 100 เซ็น. อย่างไรก็ตาม, เงินเซ็นไม่ค่อยได้ใช้กันในชีวิตประจำวันแล้ว ยกเว้นในราคาตลาด ตั๋วเงินมีมูลค่า 1,000 เยน 2,000 เยน (หายากมาก) 5,000 เยนและ 10,000 เยน เหรียญมีจำนวน 1 เยน 5 เยน 10 เยน 50 เยนเยน 100 เยนและ 500 เยน เงินปลอมไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่เท่าไรในญี่ปุ่น
สกุลเงินต่างประเทศโดยทั่วไปจะไม่ได้รับอนุมัติตั้งแต่ภายนอกสนามบินใหญ่ๆ
วิธีการชำระเงินในญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นสังคมที่ใช้เงินสด แต่แนวโน้มมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ และมีการยอมรับวิธีการชำระเงินอื่น ๆ ตามด้านล่างนี้เป็นรูปแบบการชำระเงินที่คุณอาจได้ใช้เมื่อไปประเทศญี่ปุ่น
เงินสด
เงินสดยังคงเป็นวิธีการชำระเงินที่นิยมใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้จ่ายจำนวนน้อยๆ พันธบัตรมูลค่าสูงๆได้ถูกนำมาใช้และยอมรับในญี่ปุ่น คุณจะไม่ถูกต่อว่าถ้าใช้แบงค์ 10,000 เยนเพื่อจ่ายเงินแม้แต่สินค้าที่มีราคาต่ำ แต่ถึงอย่างไรแบงค์ย่อยก็จะดูเหมาะสมกว่าสำหรับจ่ายค่าแทกซี่, ร้านค้าเล็กๆ, หรือการบริจาควัดและศาลเจ้า โอกาสที่บัตรเครดิตจะได้รับการยอมรับจะลดต่ำลงในเมืองเล็ก ๆ หรือชุมชน ดังนั้นจึงควรเก็บเงินสดไว้ในมือเมื่อไปเที่ยวชนบท
เงินสดมักจะเป็นวิธีเดียวที่จะจ่ายค่าเข้าชมเล็ก ๆ ที่สถานที่ท่องเที่ยว หรือร้านอาหารและร้านค้าขนาดเล็ก ตู้เก็บของส่วนใหญ่ก็จำเป็นต้องใช้เหรียญ การเตรียมเหรียญล่วงหน้าเมื่อใช้รถประจำทางและรถรางคือความคิดที่ดี รถโดยสารประจำทางโดยทั่วไปไม่ยอมรับแบงค์เงินที่มากกว่า 1,000 เยนและคนขับรถบัสอาจไม่มีแบงค์ใหญ่กว่านั้น เครื่องหยอดเหรียญมักรับเหรียญ 10, 50, 100 และ 500 เยนและแบงค์เงิน 1,000 เยน เครื่องใหม่มักรับเงิน 5,000 และ 10,000 เยน
บัตรเครดิต / เดบิต
มีการยอมรับใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ๆ โรงแรมส่วนมากยอมรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตแล้วในปัจจุบัน เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่, ร้านอาหารระดับกลางถึงระดับสูง, ศูนย์การค้าและร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟหลายแห่ง, ร้านสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านอาหารสาขาและร้านบูติกต่างๆก็สามารถจ่ายผ่านบัตรได้
บัตร IC
IC card เช่น Suica และ Icoca เป็นบัตรสะสมมูลค่าซึ่งสามารถเติมเงินได้ หลักๆก็เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับการชำระค่าโดยสารรถไฟและรถโดยสารที่สะดวกให้ชำระผ่าน IC card. ปัจจุบันนี้ก็ถือเป็นช่องทางหลักในการชำระเงินที่ร้านค้าและร้านอาหารที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านในและรอบ ๆ สถานีรถไฟ, ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารมากมาย, ร้านขายเครื่องหยอดเหรียญจำนวนมากและ ตู้เก็บของในเมืองใหญ่บางแห่ง
ทำอย่างไรถึงจะได้เงินเยน
เมื่อเห็นวิธีการชำระเงินหลักในประเทศญี่ปุ่นแล้วคุณควรมีแนวคิดพื้นฐานในการเตรียมเงินสำหรับการเดินทางของคุณ เงินสดมีประโยชน์มากเพราะเป็นที่ยอมรับในทุกสถานการณ์ แต่บัตรเครดิตอาจเป็นทางเลือกที่สะดวกในบางสถานที่ที่เหมาะสม การโจรกรรมและการปล้นสะดมเป็นเรื่องยากมากในญี่ปุ่น ดังนั้นการรักษาเงินสดไว้กับตัวเป็นจำนวนมากอาจไม่เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยแต่จะเกิดปัญหาการทำเงินหายแทน และนี่คือวิธีที่คุณจะได้รับเงินเยนของคุณ
การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน
ในประเทศญี่ปุ่น การแลกเปลี่ยนสกุลเงินมักจะดำเนินการโดยธนาคาร,สำนักงานไปรษณีย์, โรงแรมขนาดใหญ่บางแห่ง, และผู้ที่ได้รับอนุญาติเป็นตัวแทนแลกเงินจำนวนมากโดยเฉพาะที่สนามบินนานาชาติ. การเปลี่ยนแปลงเงินเยนก่อนที่จะเข้าประเทศญี่ปุ่นจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสกุลเงินที่คุณมีอยู่ ตัวอย่างเช่นดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ซื้อขายกันมากในญี่ปุ่นเพราะส่วนนี้คุณอาจได้รับเงินเยนในอัตราที่น่าพึงพอใจถ้าคุณเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯเป็นเงินเยนในญี่ปุ่น ในทางตรงกันข้ามในบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความสามารถในการแข่งขันสูงมากและผู้แลกเงินก็ลดน้อยลงดังนั้นจึงควรทำการแลกเปลี่ยนที่นั่นก่อนที่จะเข้าประเทศญี่ปุ่น
การถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม
เครื่องเอทีเอ็มหลายแห่งในญี่ปุ่นไม่รับบัตรที่ออกให้นอกประเทศญี่ปุ่น แต่จะเป็นข้อยกเว้นสำหรับเครื่องเอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ ณ ที่ทำการไปรษณีย์กว่า 20,000 แห่งและร้านสะดวกซื้อ 7-11 Eleven กว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนที่เครื่องเอทีเอ็มมีแนวโน้มจะเป็นอัตราแข่งขัน แต่ค่าบริการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบัตร ให้สอบถามกับผู้ออกบัตรของคุณล่วงหน้า โปรดทราบว่าตู้เอทีเอ็มหลายแห่งในญี่ปุ่นไม่สามารถใช้งานได้ในตอนกลางคืนและบางแห่งไม่มีให้บริการในวันสุดสัปดาห์
เช็คเดินทาง
เช็คเดินทาง (T / C) มีแนวโน้มที่จะให้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าสองวิธีข้างต้น ปัญหาคือความยากลำบากในการจัดหาตั้งแต่ในประเทศก่อนที่จะออกเดินทาง และต้องค้นหาสถานที่ที่จะเปลี่ยนเช็คในประเทศญี่ปุ่น คุณจะได้รับความคุ้มค่ามากขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับสกุลเงินในประเทศของคุณและค่าธรรมเนียมที่อาจถูกเรียกเก็บเพิ่มจากธนาคารของคุณ โปรดทราบว่าเช็คเดินทางได้รับการยอมรับในอัตราจำกัดในญี่ปุ่น สนามบินนานาชาติและธนาคารชั้นนำมักเป็นที่ที่คุณสามารถเปลี่ยนเช็คเป็นเงินเยนได้
สถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับเงิน
ต่อไปนี้เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเงินไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นซึ่งอาจเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว :
1.พิพิธภัณฑ์สกุลเงิน – โตเกียว
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ปรับปรุงโดยธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น แสดงถึงถึงประวัติความเป็นมาของเงินในประเทศนี้ นอกจากนี้ยังแสดงตัวอย่างของเงินจากทั่วโลก มีคำอธิบายและแผ่นพับภาษาอังกฤษ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาคารหลักของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นในเขต นิฮงบาชิ ของกรุงโตเกียว
2. ตลาดหลักทรัพย์แห่งโตเกียว – โตเกียว
ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวตั้งอยู่ในเขต นิฮงบาชิ เปิดให้บริการแก่ประชาชนในวันทำการซื้อขาย ผู้เข้าชมสามารถดูศูนย์กลางการซื้อขายจากแกลเลอรีของผู้เข้าชมที่อยู่ชั้นบน และสามารถมีส่วนร่วมในเกมการซื้อขายหุ้นจำลองและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นที่พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ TSE
3. สำนักงานโรงกษาปณ์โอซาก้า – โอซาก้า
สำนักงานโรงกษาปณ์โอซาก้า เป็นสำนักงานใหญ่ของ โรงกษาปณ์แห่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่รับผิดชอบด้านการจัดหาเหรียญในประเทศญี่ปุ่น ที่แห่งนี้ยังเป็นพิพิธภัณฑ์เหรียญที่เปิดสาธารณะ แนะนำกระบวนการผลิตเหรียญและประวัติของโรงกษาปณ์ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเหรียญและเหรียญล้ำค่าต่างๆจากประเทศญี่ปุ่นและที่อื่น ๆ
4.พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งญี่ปุ่นโอตารุ – โอตารุ
สาขาเดิมของโอตารุ สาขาธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้กับถนน ซาไกมาจิ ย้อนหลังไปถึงปี ค.ศ.1912 มันถูกแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 2003 มีการรังสรรค์ผลงานต่างๆที่เป็นความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเงินญี่ปุ่นและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของสาขา รวมถึงตู้เซฟนิรภัยเก่าที่ผู้มาเยือนสามารถรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของเงินร้อยล้านเยน

เรื่องเศร้าเกี่ยวกับบิลไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่น

ดัมดี้ดัมๆๆ โดนัลด์กลับถึงบ้านหลังจากทำงาน ทุกอย่างปกติดี ไม่มีอะไรน่ากังวล ไม่มีปัญหาเรื่องไหนในโรงเรียนที่เขารับมือไม่ไหว เขาเปิดกล่องจดหมายเพื่อหาบิลข้างใน ”ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ก็แค่หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ต้องจัดการ คิดว่านะ”.
โดนัลด์เปิดซองจดหมายที่ได้รับจาก TEPCO. สายตาของเขาสแกนไปทางขวาเพื่อดูยอดเงินอย่างว่องไว แล้วเขาก็หยุดนิ่ง ดวงตาเปิดกว้าง คิ้วขมวดย่น และเริ่มมีเหงื่อผุดตามใบหน้า. จากสภาพอากาศของฤดูหนาว, ไม่น่าจะมีแหล่งความร้อนใดทำให้เหงื่อออกได้ยกเว้นรังสีแกมม่า. แล้วมันก็เพิ่มขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนจนเดือดปุดๆในกระแสเลือดที่วิ่งไปทั่วร่าง เขาควบคุมมันไม่ได้. มีเสียงแตกร้าวดังก้องในหัวและอกของเขา กะโหลกเหมือนจะขยายออก ซี่โครงเริ่มดันออกด้านข้าง นิ้วโป้งที่แตะอยู่ใต้ตัวเลขยอดเงินเริ่มแตกและผิวหนังของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว. โอ้ว อ้าว มันคือบัลค์มหาประลัย !
ในเสี้ยววินาที, ทั้งอพาร์ทเมนต์ถูกทำลายย่อยยับขณะที่มีเสียงตะโกนกึกก้องกลางดึก “บัลค์เกลียดบิลค่าไฟ !!”
(คนดำ (black man) + เดอะฮัลค์ = เดอะบัลค์)
ผมเดาว่าถ้ากลายเป็นเดอะบัลค์ ทำลายสิ่งของนู่นนี่ น่าจะทำให้ผมต้องเสียเงินเพิ่มมากกว่าเดิมแน่ๆ ดังนั้นถ้าคุณมีพลังงานแกมม่าในกระแสเลือด โปรดอย่าทำอย่างนั้น
จริงจังเลยนะ ตอนนั้นผมลงไปกองกับพื้นเมื่อได้เห็นบิลค่าไฟเดือนล่าสุด(ค่าไฟและแก๊สจะรวมอยู่ในยอดเดียวกัน) บิลค่าไฟของผมเดือนนั้นโผล่มา 14,789 เยน.
สำหรับพวกคุณบางคนที่ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่น, ก็อาจจะคำนวณยากอยู่สักหน่อย. ผมเลยคิดว่าผมควรโชว์บิลเดือนที่แล้วเพื่อเอามาเปรียบเทียบให้ดูกันจะๆ ถ้าดูในรูป ยอดเงินจะเป็นแค่ 6,091 เยน.
(ค่อนข้างแพงกว่าปกตินะ)
นั่นหมายความว่าเดือนนี้แพงกว่าแทบจะเป็นสองเท่าของเดือนที่แล้ว
เกิดอะไรขึ้น? ทำไมค่าไฟแพงจัง? บิลค่ามันไม่ขึ้นแบบไร้เหตุผลยังงี้หรอก ใช่มะ?
ใช่ คุณถูกแล้ว. จะบอกความจริงให้ ผมใช้ฮีทเตอร์แบบฟุ่มเฟือยมาก อพาร์ทเมนต์ตึกนี้หนาวโคตรๆ หนาวกว่าที่อพาร์ทเมนต์เก่าผมเยอะเลย ที่นี่ผมมีเครื่องทำความร้อนในห้องนอนกับอีกเครื่องในห้องน้ำ ผมไม่ได้เปิดใช้ตลอดทั้งคืน หรือตอนผมอยู่ข้างนอก แต่ตอนผมอยู่บ้านก็จะใช้ตลอด ผมใช้ไฟเกินพิกัดกระแสอยู่บ่อยๆ (เปิดฮีทเตอร์ทุกตัวบวกกับเครื่องทำน้ำอุ่นพร้อมกัน)
มันแก้ได้ไม่ยาก แต่เซ็งมากที่รู้ว่าคุณต้องเสียเงินมากกว่าเดิมในระหว่างเดือนตอนที่ค่าใช้จ่ายลดลงมาได้หน่อยนึง (ช่วงพักหนาว) นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงดีใจที่ได้งานในช่วงสิ้นปี เพราะมันช่วยผมออกจากทางตันจริงๆ
ผมว่าหน้าหนาวปีนี้ผมคงไม่ใช้ฮีทเตอร์หนักขนาดนั้นแล้วล่ะ เพราะงั้นถ้าวันไหนคุณเห็นผมโพสคลิปวิดิโอในชุดกันหนาวเต็มรูปแบบล่ะก็ ไม่ต้องสงสัยเลย
โปรดระวัง เพื่อนรักของผม นายเจฟ ด้วยล่ะทุกคน, มิฉะนั้นเขาอาจจะคืบคลานเข้าหาคุณเหมือนกับตำรวจรัฐบนทางด่วนเซาท์จอร์เจีย.
เจอกันครั้งหน้า

วิธีการเปิดบัญชีธนาคารไปรษณีย์ญี่ปุ่น

บัญชีธนาคารของคุณเปรียบเสมือนจุดที่สร้างความยุ่งยากในการเดินเรื่องธุรกรรมในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม ญี่ปุ่นก็ไม่แตกต่างกัน จำเป็นมากที่ต้องมีบัญชีธนาคารเปิดไว้หากคุณทำงานและใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ส่วนมากการจ่ายค่าแรงจะเป็นการโอนเงินเข้าบัญชี บางครั้งค่าเช่าบ้านก็อาจจะถูกหักจ่ายจากบัญชีอัตโนมัติ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลง่ายๆเพื่อแสดงว่าทำไมบัญชีธนาคารถึงมีความสำคัญ วันนี้เราจะมาดูเรื่องวิธีการเปิดบัญชีธนาคารญี่ปุ่นที่ไปรษณีย์ มาดูกันที่สามส่วนหลักๆในการเปิดบัญชี 1.สถานที่ที่ต้องไป 2.สิ่งที่ต้องนำไป และ 3.เอกสาร
1.ต้องไปที่ไหน?
ในการเปิดบัญชีที่ไปรษณีย์ คุณสามารถไปที่ JP Bank ที่ใกล้ที่สุด ผมรู้ว่าไปรษณีย์หลายๆที่จะมีส่วนที่ให้บริการไปรษณีย์ แล้วก็มีส่วนที่เป็นพื้นที่ให้บริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางธนาคารด้วย แต่อาจจะไม่ได้มีทุกที่นะ ถ้าคุณอยากรู้ว่าที่ไหนมีบริการทั้งสองอย่าง แค่มองหาโลโก้แบบนี้ … รูป … แล้วคุณจะรู้เลยว่ามาถูกที่แล้ว
2.ต้องเอาอะไรไปบ้าง
ไม่ว่าคุณจะเลือก JP Bank, Joyo Bank, UFG, Mizuho หรือธนาคารอื่นๆ ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องนำไปส่วนใหญ่จะคล้ายๆกัน โปรดนำ:
-เอกสารระบุตัวตนสองอย่างระหว่าง บัตรลงทะเบียนคนต่างด้าว, พาสปอร์ต, และ/หรือ บัตรประกันสุขภาพ (ผมทำประกันเอกชนไว้เมื่อตอนสมัครกับ JP Bank ผมก็เลยใช้แค่บัตร AR กับพาสปอร์ต ซึ่งทุกอย่างก็ออกมาเรียบร้อย)
-เงินที่คุณต้องการฝาก
-ที่อยู่และหมาเลขโทรศัพท์
-ฮานโกะของคุณหรือตราประทับชื่อส่วนตัว (เป็นทางเลือก)
เอกสารของ Japan Post
หน้าแบบฟอร์มที่คุณจะต้องกรอกข้อมูลจะมีหน้าตาประมาณนี้.
(รูปแบบฟอร์มหลักในการกรอกข้อมูลเพื่อเปิดบัญชีกับ Japan Post. มีแค่หน้าเดียว)
มาดูกันใกล้ๆว่าคุณจะต้องกรอกอะไรบ้าง นี่คือส่วนที่ยากที่สุด แต่จะไม่ยากอีกต่อไปหากคุณรู้ความหมายของแต่ละช่องว่าต้องกรอกข้อมูลอะไรลงไป ผมทำกรอบแยกสีแต่ละช่องเพื่อให้ดูง่ายขึ้น ผมไม่ได้กรอกข้อมูลลงไปครบทุกช่อง จะมี 14 ช่องตามภาพที่คุณจำเป็นต้องใส่เพื่อเปิดบัญชี, รับบัตรเครดิตและบุคแบงค์
種類 (しゅるい หรือ Shurui) ประเภทบัญชี
ช่องนี้มีทางเลือก 2 ทาง ให้คุณเลือกเลข 1 通常 (つうじょう หรือ Tsujo) บัญชีทั่วไป หรือเลือก 2 貯蓄 (Chochiku หรือちょちく) บัญชีออมทรัพย์. สำหรับประเภทแรกคุณสามารถฝากถอนได้ตามต้องการ แต่จำให้ขึ้นใจว่าบัญชีประเภทที่สอง อัตราแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับเงินในบัญชี และไม่สามารถรับโอน(เงินเดือน) หรือการจ่ายเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีได้
送金機能 (そうきんきのう หรือ Sokinkino). การส่งเงินต่างประเทศ
หากคุณฝนช่องนี้จะเป็นการเปิดใช้ระบบการส่งเงินต่างประเทศสำหรับบัญชีใหม่ของคุณ
基準額 (きじゅんがく หรือ Kijungaku). วงเงินจำกัดในการฝาก
คุณต้องการให้วงเงินโอนจำกัดที่เท่าไหร่? ตอนผมเลือก ผมตั้งวงเงินไว้ที่ 10ล้านเยน บัญชีผมเคยมีเงินมากขนาดนั้นมั้ยน่ะเหรอ? ไม่มีทางแน่นอน! แต่มันก็เป็นทางเลือกของเรา บางทีอาจจะถึงก็ได้
お預け入れ金額 (おあずけいれきんがく หรือ Oazukeire Kingaku) จำนวนเงินฝาก
ช่องนี้คือจำนวนเงินฝากครั้งแรกของคุณ ผมไม่รู้แน่ชัดว่าจำนวนเงินฝากขั้นต่ำอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ค่อนข้างต่ำนะ ผมจำได้ว่าฝากไป 1000เยน เป็นเงินฝากครั้งแรก
おところ หรือ Otokoro. ที่อยู่
ตรงนั้นจะมีช่องว่างสำหรับ フリガナ (furigana) ซึ่งก็คือ kana (hiragana and katakana) ตรงกับที่อยู่ของคุณในตัวอักษรคันจิ แล้วก็มีข่องว่าสำหรับ 漢字 or かんじ (kanji) ในกรณีที่คุณเขียนที่อยู่ไม่เป็น ให้ยื่นบัตรลงทะเบียนคนต่างด้าวกับพนักงานแล้วพูดว่า “เท็ตสึดัตเตะ คุดาไซ” พนักงานจะกรอกส่วนนี้ให้คุณ
おなまえ หรือ Onamae. ชื่อ
เหมือนกันส่วนที่ 5. จะมีช่องว่างสำหรับทั้งฟูริกานะและคันจิ ผมใส่นามสกุลตามด้วยชื่อ ASH, DONALD
お届け印 (おとどけいん หรือ Otodokein)。確認印 (かくにんいん หรือ kakunin) ตราประทับ
ส่วนนี้มีไว้สำหรับตราประทับส่วนตัว ฮันโกะหรืออินคังของคุณ ผมไม่รู้ความแตกต่างหลักๆระหว่าง โอโตะโดเคอินกับคะคุนิน แต่ฮันโกะของผมไม่มีปัญหา ถึงคุณจะไม่มีฮันโกะ ก็แค่เซ็นลงไป ใช้ได้เหมือนกัน
生年月日 (せいねんがっぴ หรือ Seinengappi) วันเกิด
ช้าก่อน! ก่อนที่คุณจะรีบเขียนลงไป โปรดอย่าลืมว่าคุณต้องเขียนวันเดือนปีตามปฏิทินตามรูปแบบของจักรพรรดิญี่ปุ่น 元号 (げんごう หรือ gengo) ที่หมายถึงศักราชที่ตรงกับวันเกิดคุณ ระบบนี้มีมาตั้งแต่รัชสมัยของจักรพรรดิญี่ปุ่น ทางเลือกทั้ง 4 คือ 1. 明治 (めいじ หรือ Meiji), 2. 大正 (たいしょう หรือ Taisho), 3. 昭和 (しょうわ หรือ Showa), and 4. (へいせい平成 หรือ Heisei). ในเรื่องของช่วงเวลา นี่เป็นอีกช่องที่คุณให้พนักงานเขียนให้ได้ เขียนวันเกิดในกระดาษแผ่นอื่นแล้วโชว์ให้พนักงานดู เขาสามารถบอกวันเกิดคุณตามปฏิทินราชวงศ์ได้
キャッシュサービス. บริการบัตรเงินสด
โอเค ตรงนี้ไม่ค่อยยาก แค่เลือกหนึ่งอย่างตามนี้:
通帳 (つうちょう หรือ tsuchou) . カード(บัตรการ์ด) คุณต้องการทั้งสมุดบัญชีและบัตรการ์ด
カード – คุณต้องการแค่การ์ด
利用しない (りようしない หรือ riyoshinai) คุณไม่ต้องการบริการนี้
ส่วนตัวผมเลือกข้อแรก
キャッシュサービス デビット機能 (きゃしゅさーびすでびっときのう หรือ kyashusa-bisudebitokino) บริการบัตรเดบิต
ช่องนี้จะเป็นทางเลือกในการใช้บริการบัตรเดบิตบนบัตรของคุณ
หากคุณเลือกข้อแรก 1. (りようする หรือ riyosuro) คือคุณเลือกใช้บริการ คุณสามารถถอนหรือโอนเงินไปที่บัญชีของกรมส่งเสริมการค้าผ่านบัตรเดบิตญี่ปุ่น ด้วยบัตรเงินสดที่คุณได้รับ คุณสามารถใช้จ่ายด้วยบัตรเงินสดกับร้านที่อยู่ในเครือของกรมส่งเสริมการค้า ว่ากันตรงๆมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของผมกับการทำความเข้าใจข้อนี้ ดังนั้นผมเลยเลือกข้อ 2 利用しない (りようしない หรือ riyoshinai) ซึ่งหมายถึงผมไม่ต้องการใช้บริการนี้
カード種類(かーどしゅるい หรือ ka-doshurui) ประเภทการ์ด
ตรงนี้ เลือกประเภทการ์ดที่คุณต้องการ
2. SUICA付カード (SUICAつきかーど หรือ SUICA Tsukika-do) ประเภทนี้เป็นบัตรเงินสดที่เชื่อมกับบริการ SUICA ผมไม่เลือกอันนี้เพราะมันไม่สามารถใช้ร่วมกับบัตรโดยสารได้ ซึ่งผมใช้เป็นประจำเกือบทุกเดือน
8.JPBANK カード (JPBANKKa-do) อันนี้เหมือนกับบัตรเครดิต ผมบอกกับตัวเองว่าจะไม่แตะต้องข้อนี้แน่นอน มันจะต้องมีขั้นตอนการสมัครเพิ่มเติมแถมเสียเวลายืดเยื้อด้วย
9.一般カード (いっぱんka-do) บัตรเงินสดทั่วไป
ผมเลือกอันที่ 9 ที่เป็นบัตรเงินสดปกติ ซึ่งได้รับหลังจากทำการสมัครแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์
暗証番号必須取り扱い(あんしょうばんごうとりあつかい หรือ anshinbangotoriatsukai) บริการรหัส pin
ผมเข้าใจว่าคำนี้มันดูยาวมาก แต่มันแค่ถามว่าคุณต้องการใช้บริการรหัส pin ในการทำธุรกรรมหรือไม่
คุณสามารถเลือก 1. 申し込む (もうしこむ หรือ moushikomu) ต้องการใช้ หรือเลือก
9. 申し込まない (もうしこまない หรือ moshikomanai) ไม่ต้องการ ผมเลือกใช้เพราะยังไงผมก็รู้รหัสตัวเองอยู่แล้ว ถือเป็นการเพิ่มระบบความปลอดภัย
ボランティア เงินบริจาค
ใกล้ถึงแล้ว ทุกๆคน ในส่วนนี้ถามถึงความต้องการบริจาคเงินกับ 1. องค์กรอาสาสมัครทั่วไป (全般 (ぜんぱん หรือ zenpan)) , 2. องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (環境(かんきょう หรือ kankyo)), หรือ 9. 申し込まない (もうしこまない or moshikomanai)- คุณไม่ประสงค์ทำการบริจาค
เปอร์เชนต์ที่คิดจากดอกเบี้ย (ที่ทำงานผมบอกว่าประมาณ 20%) จะถูกบริจาค
性別 (せいべつ หรือ seibetsu) เพศ
คุณจะคำนึงถึงการกรอกข้อมูลช่องนี้เฉพาะกรณีที่คุณเลือกช่องทาง Suica ในช่องที่ 10

เย่!!!
ครบทุกขั้นตอนแล้วกับเอกสารของ Japan Post มันอาจจะดูยาวกว่าที่เป็นจริงเพราะผมอธิบายทั้งหมดเลย แต่ไม่ต้องเป็นกังวล ไม่มีอะไรแย่หรอก เมื่อคุณสมัครเสร็จเรียบร้อย ก็แค่รอเวลารับบัตรเดบิตทางไปรษณีย์ ผมลืมไปแล้วล่ะ แต่จำได้ว่า สมุดบัญชีจะได้รับทันทีหลังจากสมัครเสร็จ

แค่อยากให้เห็นว่ามันไม่ได้ยากเย็นนักในแต่ละธนาคาร นี่เป็นสำเนาเอกสารจาก Joyo Bank อีกธนาคารหนึ่งแถวๆที่ผมอยู่
เห็นมั้ย? แบบฟอร์มหน้าเดียวคล้ายๆกันเลย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเปิดบัญชีผ่านไปรษณีย์หรือธนาคาร คงไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่ผมเขียนไป ถ้าคุณติดบางขั้นตอน หรือคิดว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก การหาใครสักคนที่แปลญี่ปุ่นได้ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ

อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณจ่ายค่าภาษีช้าในญี่ปุ่น

นี่เป็นโพสสั้นๆที่ผมตั้งใจจะเขียนลงเวปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เนื่องจากค่าภาษีของผมถูกหักมาเป็นค่าใช้จ่าย ยังไงมันก็ยังเกี่ยวกันอยู่ล่ะนะ
เมื่อคุณใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น หลายสิ่งที่คุณได้เห็นและทำจะแตกต่างไปจากที่บ้านเกิด อย่างไรก็ตาม บางอย่างก็ไม่เปลี่ยน หากคุณมีรายได้ในประเทศญี่ปุ่น คุณจำเป็นต้องจ่ายค่าภาษีด้วย. บางบริษัทดูแลได้ดีในเรื่องการหักภาษีให้คุณ แต่ถ้าคุณทำกับบริษัทที่ไม่ดูแลเรื่องนี้ ก็คงต้องจัดการด้วยตัวคุณเอง โปรดย้อนกลับไปดูโพสก่อนหน้าที่ผมเขียนไว้เรื่อง ภาษีญี่ปุ่น.
สำหรับผม, มาจากงานที่จ่ายให้สูงกว่างานที่ทำอยู่ตอนนี้มาก. นั่นหมายถึงภาระค่าภาษีก็จะสูงขึ้นมากกว่าที่ผมอยากให้มันเป็น บางครั้งก็แพงเกินกว่าที่ผมจะจ่ายแบบสบายๆได้ในรอบเดือน. หลังจากที่จ่ายครั้งแรกเป็นเงิน 40,600เยน หลังจากนั้นก็จะมีส่วนแบ่งจ่ายที่เหลืออีก 3 ครั้ง ครั้งละ 38,000เยน. จ่ายแพงขนาดนั้นเรียกได้ว่ากระเป๋าฉีกกันเลยทีเดียว แผนการชำระเงินวางไว้อย่างนั้น ผมมีเวลา 60 วันสำหรับจ่ายแต่ละครั้งซึ่งก็นานพอจะจัดการได้ แต่ก็มีรอบนึงที่ผมลืมจ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ.
แล้วคุณจะทำยังไงหากจ่ายค่าภาษีช้า? อย่างแรกที่ต้องจำไว้คือ อย่าตื่นตูม. ผมเรียนรู้ได้ที่ญี่ปุ่น จากการเจอปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเงิน กฎระเบียบที่นี่ค่อนข้างอนุโลมกว่าที่อเมริกาเล็กน้อย
โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าผมสนับสนุนให้คุณจ่ายบิลช้านะ ผมไม่คิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดี แต่ผมรู้ดีว่าบางครั้งเราก็ผิดพลาดกันได้
สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือ คุณจะได้รับการแจ้งเตือนทางไปรษณีย์ที่ส่งมาจากศาลากลางในจังหวัดนั้นๆ ที่ผมได้รับมีหน้าตาประมาณนี้
นี่คือการแจ้งเตือนค่าภาษีแบบซึคุบะ. ถูกส่งมาเมื่อปลายปีที่แล้ว สังเกตเห็นตราปั้มด้านล่างขวามั้ย? นั่นล่ะผมจ่ายเอง ฟู่วว เสร็จไปหนึ่ง

จดหมายแจ้งเตือนนี้จะแจ้งให้รู้ค่าภาษีที่ค้างและค่าเตือนที่คุณต้องจ่าย. มันไม่ได้แพงมาก แค่ 100เยน. แต่อย่าลิม ถ้าภาษีของคุณยิ่งล่าช้า ค่าธรรมเนียมที่จะถูกเรียกก็จะคำนวณโดยอิงจากจำนวนวันที่ล่าช้าและจำนวนเงินค้างชำระ. ที่ซึคุบะ คิดเป็น 14.6% ต่อปีของจำนวนเงินที่ครบกำหนด.
ถึงผมจะรู้ดีว่าคงจ่ายที่ร้านสะดวกซื้อไม่ทันแล้ว ผมลองไปที่ร้านมินิสตอปแล้วลองจ่ายดู. แน่นอนว่าจ่ายไม่ได้, พนักงานแจ้งให้ผมรู้ว่าไม่สามารถจ่ายได้เนื่องจากเกินกำหนดชำระไปแล้ว.
ผมขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่ศาลากลางจังหวัดพร้อมกับเงินในมือ คำนวณคร่าวๆจากหน้าประตูใหญ่ถึงโต๊ะเสมียนไปกลับก็แค่ 2-3 นาที(ไม่มีคิวต่อแถว) ไม่เจ็บ ไม่เหนื่อย ไม่มีใครถามอะไรสักคำ
ดีที่สุดเสมอถ้าคุณสามารถจัดการเรื่องภาษีให้ตรงเวลา. แต่ถ้าคุณจ่ายไม่ได้จริงๆ, ถัดไปอีกสัก 2 หรือ 3 สัปดาห์(อย่างน้อยก็ที่นี่ในซึคุบะ) ก็คงไม่เสียหายอะไรกับค่าล่าช้าหรืออะไรทำนองนั้น.
ขอบคุณที่อ่าน
โดนัลด์ แอช

อ้างสิทธิ์ในญี่ปุ่น

วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับเรื่องเงินแบบสั้นๆ ทำไมมันถึงสั้นทั้งๆที่เกี่ยวกับเรื่องการเงินน่ะเหรอ? เหตุผลก็เพราะว่าการชำระบิลในประเทศญี่ปุ่นมันง่ายมากเลยน่ะสิ ตั้งแต่บิลค่าน้ำ-ไฟ ค่าอินเตอร์เนต ไปจนถึงค่าภาษี การดูแลจัดการบิลเหล่านี้ง่ายเหมือนปอกกล้วย มันไม่ได้มีขั้นตอนซับซ้อนอะไรมากมาย ฉะนั้นเรามาลุยเรื่องนี้กันเลย
คุณจะได้รับบิลทางไปรษณีย์ ไม่ว่ามันจะเป็นค่าแก๊ส ค่าน้ำ ไฟ อะไรก็ตามแต่ สำหรับตัวอย่างวันนี้ผมจะใช้บิลค่าอินเตอร์เนตจาก NTT Communications เมื่อคุณเปิดดูบิล…
สเตปแรก : ตรวจสอบยอดชำระ
บิลของคุณอาจจะมีตัวเลขเยอะกว่าในรูป ผมต้องลบข้อมูลออกบางจุด กรอปแดงๆจะแสดงยอดเงิน 4,514เยน บวกค่าภาษีบริโภค 192เยน (รวมเป็น 4706เยน) และวันครบกำหนดจ่ายคือ 5 สิงหาคม 2011 (เลข 23年 ในบิลหมายถึงปี เป็นระบบคำนวนวันที่ใช้กันที่นี่ แต่มันหมายถึงปี 2011 ไว้ผมจะอธิบายเพิ่มในโพสครั้งต่อไป)
บิลส่วนใหญ่จะมียอดค่าชำระบันทึกไว้สองที่ ที่แรกอยู่ในส่วนข้อมูลหลักบนบิล อีกที่หนึ่งจะอยู่กับต้นขั้ว ซึ่งจะถูกดึงออกไปหลังจากนั้น ถ้าหากคุณสับสนว่าต้องดูตรงไหน แค่มองหา เยนคันจิ, en หรือตัว 円, คุณก็จะหาเจอในไม่ช้า
สเตปสอง : ไปที่ร้านจะดวกซื้อใกล้บ้าน & ยื่นบิลของคุณให้พนักงาน
ร้านสะดวกซื้อทุกร้าน ผมหมายถึงทุกๆร้านที่ผมเคยไปมาเลยนะ จะมีบริการรับชำระบิลแทบจะทุกประเภทที่คุณจะนึกออก คุณสามารถฉีกต้นขั้วออกเองได้ แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจ ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น แค่ดึงเอกสารออกมาจากซองจดหมายแล้วยื่นให้พนักงาน คุณไม่ต้องพูดอะไรออกไปเลยแม้แต่คำเดียว
สเตปสาม : ชำระยอดเงินและรอพนักงานประทับตราลงบนต้นขั้ว
ภาพซูมให้เห็นชัดๆของต้นขั้วสามใบ เห็นช่องว่างๆด้านล่างนั้นมั้ย? นั่นเป็นจุดที่จะประทับตราล่ะ
หลังจากยื่นทุกอย่างให้พนักงาน และจ่ายเงินเรียบร้อย ก็รอสักนิดหนึ่ง พนักงานจะประทับตราพร้อมลงวันที่ให้ทั้งสามจุด บิลส่วนใหญ่จะมีรอยปรุให้ฉีก พนักงานก็จะฉีกให้และบริการให้เสร็จสรรพ ต้นขั้วที่ได้รับการประทับตราจะเก็บไว้กับพนักงาน 2 ใบ และยื่นกลับให้คุณ 1 ใบ (ทางร้านจะเก็บไว้ใบนึง และแน่นอนว่าใบสุดท้ายจะให้กับต้นทางที่คิดค่าบริการ)
สเตปที่สี่ : เก็บต้นขั้วหรือใบเสร็จของคุณไว้
ต้นขั้วที่ได้รับการปั้มตราคือหลักฐานยืนยันว่าคุณได้ชำระเงินแล้วในวันที่แสดงในบิล ผมไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการชำระบิลมาก่อน แต่เก็บรักษาไว้จะดีที่สุด
อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณลืมจ่ายจนถึงวันครบกำหนด
แย่หน่อยที่การลืมจ่ายบิลสาธารณูปโภคไม่ได้จัดการง่ายเหมือนการลืมจ่ายค่าเช่าที่ญี่ปุ่น ซึ่งก็ค่อนข้างแปลก ผมไม่เคยพลาดหรอก แต่ก็เคยเห็นบ้างจากเพื่อนฝูง ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด วิธีการคือต้องไปที่สำนักงานที่คุณจะไปชำระ คุณสามารถไปจ่ายได้ที่นั่น ผมไม่รู้แน่ชัดว่าจะมีเรียกเก็บค่าล่าช้าไหม แต่คิดว่าไม่นะ
อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณทำบิลหาย แต่ว่ายังไม่ถึงวันครบกำหนด?
เป็นคำถามที่ดีเลยล่ะ กรณีนี้ก็น่าจะยุ่งยากสักหน่อย เพราะคุณน่าจะต้องมีคนที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้คอยช่วย(เว้นแต่ว่าคุณเก่งอยู่แล้ว) ก็แค่โทรหาบริษัทที่ออกบิล (ผมมั่นใจว่าคุณจะค้นเบอร์เจอในเนต) แล้วก็ขอรับบิลใหม่
ง่ายพอมั้ย?

เยนญี่ปุ่น

เงินเยนญี่ปุ่น

เมื่อคุณจัดการแลกเปลี่ยนเงินเยนได้แล้ว สื่งที่คุณถืออยู่คือเงินเยนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสกุลเงินประจำชาติของญี่ปุ่น ถ้าคุณอยู่ในญี่ปุ่นสักพักหนึ่งคุณจะได้เห็นธนบัตรและเหรียญเหล่านี้เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ค่าสกุลเงินต่างประเทศ

เช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ เงินเยนญี่ปุ่นถูกแบ่งออกเป็นหลายค่า เพื่อให้ง่ายและสะดวกในการใช้ ซึ่งค่าเงินเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเราจะเน้นที่สกุลเงินที่คุณเห็นบ่อยที่สุด

เหรียญ
ลองดูเหรียญเหล่านี้ก่อน เหรียญ 1 เยน เหรียญ 5 เยน เหรียญ 10 เยน เหรียญ 100 เยน เหรียญ 500 เยนมีอะไรบนเหรียญเหล่านี้บ้าง แต่ละเหรียญมีค่าที่เขียนด้วยตัวคันจิที่ด้านหนึ่งและปี ของเหรียญถูกตีพิมพ์บนอีกด้านหนึ่ง

ธนบัตร

ธนบัตรของธนาคารจะมีรูปภาพใบหน้าที่เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นอยู่ด้านหน้า พร้อมกับคันจิและธนบัตรจำนวน 1000 เยน หรือ เซน-เอ็น 5000 เยน โกะ-เซน-เอ็น และ 1000 เยน หรือ อิจิมัง เอ็น มีตราประทับอยู่ที่ด้านล่างซ้ายบนธนบัตร 5000 และ 10000 เยน (ธนบัตร 1000 เยน ไม่มี ) ที่วงรีกึ่งกลางธนบัตรจะมีลายน้ำ เมื่อชูบัตรกับแสงจะเห็นใบหน้าคนในประวัติศาสตร์เหมือนที่ปรากฏบนธนบัตร

ข้อเท็จจริงของเงินเยน
ธนบัตรที่มีคือ 1000 เยน 5000 เยน 10000 เยน อาจจะมี 2000 เยนที่สามารถหาได้จากธนาคาร ซึ่งธนบัตรจะมีค่าใกล้เคียงกับ 2 ดอลล่าร์ในอเมริกา มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆที่มี แต่คุณอาจจะมีมันได้ธนาคาร ใบหน้าของใครกันที่อยู่ในธนาคาร ปัจจุบันเป็นโนกุจิ ฮิเดะโย (นามสกุลขึ้นต้นก่อน) บนธนบัตรหนึ่งพันเยน ในอเมริกาที่ด้านข้างธนบัตรจะเป็นรูปประธานาธิบดี ในกรณีนี้โนกุจิไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นนักชีววิทยาแบคทีเรียของญี่ปุ่น เก๋ใช่ไหม

ใครอยู่บนธนบัตร ห้าพันเยน
ปัจจุบันเป็นฮิกุจิ อิจิโย (นามสกุลขึ้นต้นก่อน)บนธนบัตรห้าพันเยน ฮิกุจิเป็นี่รู้จักในเรื่องผลงานเขียน บทกวีระหว่างปลายศตวรรษที่ 1800 แม้ว่าอิจิโยเป็นชื่อที่ปรากฏในธนบัตร แต่จริงๆแล้ว อิจิโย เป็นนามปากกาของ ฮิกุจิ นัตซึโกะที่เธอใช้ในการเขียน

ใครอยู่บนธนบัตร หมื่นเยน
ฟูคูจาวา ยูกิจิอยู่บนธนบัตรพันเยน ฟูจูคาวาไม่ใช่นักการเมืองอีกนั่นแหละ ยูกิจิเป็นชื่อของนักเขียน นักแปลและนักธุรกิจ อย่างไรก็ตามผู้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือผู้ที่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเคะโอที่ตั้งอยู่ที่โตเกียว

ผมพูดเกี่ยวกับเงินเยนมากพอเท่าที่ผมรู้มาแล้ว

ขอบคุณสำหรับการอ่าน

ความสำคัญของสมุดบัญชีเงินฝากของญี่ปุ่น

ธนาคารในอเมริกาและในญี่ปุ่นมีบางอย่างคล้ายคลึงและแตกต่างแน่นอนว่าผมคิดว่าธนาคารในอเมริกาสะดวกมากกว่าในญี่ปุ่นหลายๆด้าน

ตัวอย่างเช่นผมจำได้ว่าจะมีไดร์ฟทรูที่ซึ่งลูกค้าประจำสามารถดำเนินการทางธุรกรรมกับพนักงานผ่านอินเตอร์คอม ผมไม่เคยเห็นไดร์ฟทรูในญี่ปุ่น(บางทีอาจถูกจำกัดพื้นที่ไว้) ปกติแล้วคนทั่วไปจะถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มต่อเมื่อพวกเขาต้องการใช้จริงๆใช่ไหม ผมเคย ปกติแล้วหลังสามทุ่มจะไม่สามารถใช้บัตรและถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ ผมไม่ชอบเลยในอเมริกาคุณสามารถถอนเงินได้ 24 ชั่วโมง ยกเว้นในกรณีที่ตู้เอทีเอ็มมันทำงานผิดปกติ จนผมลืมไปแล้วว่าเครื่องเอทีเอ็มปิดให้บริการในวันหยุดในสหรัฐฯหรือไม่ ไม่ได้บอกว่าธนาคารญี่ปุ่นแย่นะ พนักงานที่นั่นสุภาพและเต็มใจอย่างมากที่จะช่วยเหลือคุณอย่างน้อยก็ประสบการณ์ที่ผมสัมผัสได้กับตัวเอง

มีหลายอย่างของธนาคารญี่ปุ่นที่ผมคิดว่าค่อนข้างเจ๋ง เช่น เมื่อผมฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร(oazukeire)เงินจะเข้าบัญชีทันที …ไม่ต้องรอการดำเนินการ (ผมแน่ใจว่าเช็คจะแตกต่างกันออกไป แต่ผมไม่เคยลองนะ) การโอนเงินเป็นเรื่องง่ายอย่างไม่น่าเชื่อในตู้เอทีเอ็มของญี่ปุ่นเมื่อคุณตั้งค่าเสร็จแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือความสะดวกสบายของสมุดบัญชีธนาคาร …

สมุดบัญชีธนาคารญี่ปุ่นของคุณมีค่ามากกว่าที่คุณทราบ ในอเมริกาหลังจากการธนาคารกลายมาเป็นแบบธนาคารอิเล็คทรอนิคส์ผมไม่เห็นการใช้สมุดบัญชีเงินฝาก และพวกเขาคงจะเก็บไว้ที่ไหนสักแห่ง ในญี่ปุ่นมีความแตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องมีการเขียนใด ๆ เพียงแค่คุณวางสมุดบัญชีเงินฝากลงในตู้เอทีเอ็ม แล้วหลังจากที่เสียงการประมวลผลและการพิมพ์ สมุดบัญชีเงินฝากจะได้รับการอัปเดตให้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงค่อนข้างง่ายที่จะทราบว่าบัญชีธนาคารของคุณอยู่ที่ใด

มีอีกหนึ่งเรื่องหนึ่งที่สมุดบัญชีเงินฝากทำได้ ผมไม่รู้จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ (ผมเป็นคนล้าหลังอีกแล้ว) คุณสามารถใช้สมุดบัญชีธนาคารของคุณเพื่อถอนเงินและทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็มได้ โดยไม่ต้องใช้บัตรเอทีเอ็ม เจ๋งใช่มั้ย?ผมได้ทำมันหลายครั้งแล้ว มันเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว คุณเพียงแค่ใส่สมุดบัญชีธนาคารของคุณและทำธุรกรรมตามปกติ

สมุดบัญชีเงินฝากของคุณเป็นส่วนสำคัญในการลงทะเบียนสำหรับทุกอย่างในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่การเป็นสมาชิกโรงยิมจนถึงการรักษาความปลอดภัยอพาร์ทเมนต์ จนถึงการได้โทรศัพท์มือถือผมให้สมุดบัญชีธนาคารของผมทำสิ่งเหล่านี้

สมุดบัญชีธนาคารของคุณมีข้อมูลธนาคารที่สำคัญ ดังนั้นคุณควรเก็บรักษาเช่นเดียวกับการรักษาบัตรเอทีเอ็มของคุณ คุณจะไม่ให้บัตรเอทีเอ็มของคุณกับใคร ใช่ไหม ? เป็นความคิดที่ดีในการเก็บรักษาสมุดบัญชีธนาคารของคุณในรูปแบบเดียวกัน

การหางานในญี่ปุ่น : ความคิดของผมในตอนต้น

นี่เป็นความพยายามครั้งแรกของผมในการหางานตั้งแต่ผมมาอยู่ที่ญี่ปุ่น แต่เดิมผมมาที่ญี่ปุ่นเพราะนายจ้างของผมแต่ตอนนี้เป็นเวลาที่จะมองหางานใหม่แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไปนะ มีทั้งดีและไม่ดี มันดีเพราะมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้อะไรมากมาย ดังนั้นผมจึงคิดว่าจะสามารถหางานได้ อย่างไรก็ตามปัญหาอยู่ที่ ถ้าคุณอ่านหัวข้อการอัพเดทอพาร์เม้น คุณจะรู้ได้ว่าผมได้รับการอนุมัติอพาร์ทเม้นที่ผมชอบ ปัญหาอยู่ที่พวกเขาต้องการให้ผมตัดสินใจเร็วๆ วันที่ 13 ธันวาคมนี้ผมจะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าในเดือนมกราคม และเดือนกุมภาพันธ์มีการจ่ายเพียงครึ่งหนึ่งของราคาปกติ แต่ในความเป็นจริงผมยังหางานใหม่ไม่ได้ ผมเชื่อว่าเหตุผลที่ผมได้รับการอนุมัติอพาร์ทเม้นต์ง่าย เพราะเจ้าของเห็นว่าผมทำงานให้อิออน ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา ถ้าผมอยู่ระหว่างการหางาน ผมชื่อว่าบริษัทของอาร์ทเม้นต์ที่ญี่ปุ่นอาจจะรู้สึกไม่เห็นด้วย

โรงเรียนของรัฐบาลจะเริ่มต้นในเดือนเมษายนและครูคนใหม่จะเริ่มฝึกสอนในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนธันวาคม ผมมีสัมภาษณ์ครั้งแรกเมื่อวานนี้และมีอีกวันที่ 20 เดือนนี้ ในตอนแรกผมมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานของผมแต่การมองโลกในแง่ดีของผมลดลงอย่างมาก เมื่อบริษัทไม่มีสวัสดิการค่าเดินทาง การเดินทางไปโตเกียวเป็นอะไรที่ค่อนข้างลำบากมากขึ้น ถ้านายจ้างไม่มีสวัดิการคลอบคลุมรายจ่ายดังกล่าว ถ้าผมได้งานที่ชิบะกับอินเตอร์แรค(ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของผู้รับจ้างครูสอนภาษาอังกฤษให้กับโรงเรียนรัฐบาล) ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 1340 เยนในหนึ่งเที่ยว คูณด้วยสองมีค่าใช้จ่ายต่อวันราวๆ 2740 เยน คูณด้วย 5 แทนค่าเดินทางประจำสัปดาห์เท่ากับ13700 เยน ต่อสัปดาห์ ดังนั้นหมายความว่าในแต่ละเดือนไปกลับจากการทำงาน(เมื่อไม่ได้ขับรถในญี่ปุ่น) มีราคาถึง 54800 เยน (ประมาณ 665 ดอลล่าร์ สหรัฐ) ทำให้คิดว่าหากรายได้ในการสอนของผมอยู่ที่ 230000 เยน ถึง 250000 เยนในแต่ละเดือน ค่าอพาร์ทเม้นต์มีราคา 55000 เยน ต่อเดือน คาราเต้ 8400 เยนต่อเดือน ผมจะมีเวลามากขึ้นและมีอิสระที่จะสอนชั้นเรียนเพิ่มเติม (สัญญากับอิออนไม่อนุญาติให้ผมได้รับค่าตอบแทนภายนอกเพิ่มเติม) ดังนั้นตราบเท่าที่ผมสามารถดิ้นรนเอาตัวรอดได้พร้อมกับตำแหน่งการสอน ผมจะสามารถได้เพิ่มเติมได้ผ่านการสอนบทเรียนส่วนตัว เป็นต้น

แน่นอนผมจะโพสต์บทความนี้อีกครั้ง เพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าทำอย่างไร ผมเชื่อว่าบางคนจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของผม